วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ชินวรณ์'มองคำสั่งคสช. ไม่แก้ปัญหาองค์รวม

"ชินวรณ์" อดีต รมว.ศธ. วิพากษ์คำสั่ง คสช. ไม่แก้ปัญหาการศึกษาองค์รวม แนะอย่าใช้ครูเป็นฐานการเมือง อาจได้ก้อนอิฐมากกว่าเสียงปรบมือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊คของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เผยแพร่บทความของ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ถึงคำสั่งหัวหน้า คสช. ล่าสุดเรื่องเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างการบริหารกระทรวงศึกษาธิการ โดย นายชินวรณ์ ระบุว่า คำสั่งครั้งนี้มีผลสะเทือนต่อการปฏิรูปการศึกษา จึงสมควรได้ร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์ในเบื้องต้นดังนี้

1.) คำสั่งทั้งสองฉบับนี้ยังมองถึงปัญหาการศึกษาของชาติไม่เป็นองค์รวม ปัญหาที่แท้จริง อยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการที่ไม่มีเอกภาพ ไม่มีประสิทธิภาพ ขาดความต่อเนื่องในเชิงนโยบาย และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการในแต่ละยุคสมัยไม่มีความรู้แต่อยากชี้ประกอบกับครูและบุคลากรทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ขาดคุณภาพ การแก้ปัญหาการบริหารกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและไม่เป็นองค์รวม

2.) เมื่อมาดูเหตุผลในการประกาศคำสั่ง 2 ฉบับนี้จะเน้นในเรื่อง ความเรียบร้อย และการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพและความไม่เป็นเอกภาพ ก็ต้องยอมรับว่ามีปัญหาดำรงอยู่จริง แต่ไม่ตอบโจทย์การปฏิรูปการศึกษาในทางสากล คือเรื่องคุณภาพการศึกษา เรื่องการมีส่วนร่วม และเรื่องการกระจายอำนาจการบริหารศึกษา ตลอดถึงระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลผู้มีวิชาชีพครู3.)ถึงแม้ว่าคำสั่งทั้งสองจะเน้นในการบูรณาการภารกิจในเรื่องการศึกษาของประเทศ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้สอดคล้องกับแนวทางการบริหารงานโดนประชารัฐ

แต่เมื่อมาดูรายละเอียด จุดหลักของคำสั่งทั้งสองเน้นที่การบริหารงานบุคคล เอาอำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายมาไว้ที่คนคนเดียว และจัดตั้งองค์ใหม่ในระดับภูมิภาค จำนวนสิบแปดภูมิภาคและจัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ทั้งที่หน่วยงานเขตพื้นที่ก็ยังคงมีทั้งประถมและมัธยมศึกษา และที่สำคัญคือ หน่วยงานการศึกษาในระดับอาชีวะและระดับมหาวิทยาลัย ไม่ได้เข้ามาร่วมบูรณาการเลย

นายชินวรณ์ได้มีข้อเสนอด้วยว่า 1.)ผมมองในแง่บวกว่านี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากจะปฏิรูปการศึกษาควรจะดำเนินการโดยองค์รวมอย่างจริงจัง กล่าวคือปัญหาการศึกษาของชาติในช่วง10ปีมานี้อยู่ที่ส่วนกลางคือที่กระทรวง หากยังจัดการศึกษาจากข้างบนลงมาข้างล่างหรือพูดได้เต็มปากว่า120ปีที่สู่ความล้มเหลว ปัญหาคุณภาพการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่ขาดคุณภาพมากที่สุดไม่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ และศักยภาพการแข่งขัน แต่ส่วนใหญ่ฝ่ายการเมืองไม่กล้าแตะ จึงมาแตะและเตะในระดับล่างคือในระดับภูมิภาคเท่านั้น

2.) การปฏิรูปการเรียนรู้ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพครู หากไม่สามารถสร้างครูดีครูเก่งได้ภายใน10ปี การศึกษาไทยจะล้มเหลวมากกว่านี้ และหากจะปฏิรูปการศึกษา ต้องปฏิรูปครูมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะครูของครู หรืออาจารย์มหาวิทยาลัย ต้องเป็นที่ยอมรับจริง และต้องมีผลงานทางด้านวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง

3.) การลงทุนทางการศึกษาเป็นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ หากจะปฏิรูปการศึกษาจะต้องดำเนินการให้โปร่งใส ให้ถึงตัวผู้เรียนอย่างแท้จริง การระดมทรัพยากรทางการศึกษาจะต้องรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอาชีวศึกษาต้องจัดร่วมกันกับผู้ประกอบการ

“สรุปขอให้กำลังใจกับคณะ คสช. ที่ออกคำสั่งทั้งสองฉบับนี้ และหวังว่าการแก้ปัญหาการบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคควมีเอกภาพ มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ให้เร่งเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาโดยองค์รวมต่อไป เพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เป็นไปตามเป้าประสงค์และมีศักยภาพในการแข่งขันกับสังคมโลกในยุคที่4 หรือยุคดิจิทัลในอนาคต อย่าเป็นเพียงที่เพื่อจะหวังให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นฐานทางการเมือง สุดท้ายท่านจะได้ก้อนอิฐมากกว่าเสียงปรบมือนะครับ” นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ