สกศ.จัดระดมความคิดทิศทางแผนการศึกษาชาติ “พล.อ.ประจิน” ชี้แผนการศึกษาชาติสำคัญเทียบเท่ารัฐธรรมนูญ ย้ำพร้อมร่วมผลักดันให้การทำงานเดินหน้าได้
ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมระดมความคิดเห็นเรื่อง “ทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2574” โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดประชุมพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาในศตวรรษที่ 21” ตอนหนึ่งว่า การระดมความคิดเห็นครั้งนี้ เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประสบการณ์ของทุกท่าน ณ ที่นี้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และจะเป็นโอกาสสำคัญในการวางรากฐานสู่อนาคตอีก 15 ปีข้างหน้าถือมีความสำคัญเทียบเท่ารัฐธรรมนูญ(รธน.) เพราะฉะนั้น การจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรและระบบการศึกษาของประเทศครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ที่จะพิสูจน์ว่าประเทศไทยจะไปตามทิศทางที่คาดหวังไว้หรือไม่
ขณะนี้ประเทศต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย และประชาชนก็ยังต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาลในการที่จะเข้าถึงการบริการของภาครัฐ โดยเฉพาะการเข้าถึงระบบการศึกษาอย่างเท่าเทียม เพื่อจะหลุดพ้นจากการเป็นประชากรรายได้น้อยสู่รายได้ปานกลางในอนาคตอันใกล้ ซึ่งแน่นอนว่าการศึกษาทำให้เกิดปัญญา แต่ปัญญาอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ต้องมีการสร้างเสริมบุคลากรอย่างครบถ้วนและรอบด้าน ให้มีความพร้อมต่อบริบทที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
“ผมเชื่อมั่นในตัวครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตลอดจนเชื่อมั่นต่อ สกศ. รวมถึงรมว.ศึกษาธิการว่าจะสามารถระดมความคิดเห็น วางกรอบ และบรรจุนัยยะสำคัญไว้ในแผน พร้อมขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับการปฏิรูปและแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีของรัฐบาล และแผนของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ทั้งในแง่ของสังคมและเศรษฐกิจด้วย และยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือในประเด็นต่างๆ เท่าที่จะสามารถดำเนินการให้ได้”พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
ด้านพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การขับเคลื่อนแผนฯ สู่การปฏิบัติ” ตอนหนึ่งว่า การจัดทำแผนการศึกษาฯจะต้องมองไปอีก 15 ปีข้างหน้า ฉะนั้น เราต้องถอยหลังกลับมามองว่าสภาพปัญหาที่แท้จริง เพราะที่ผ่านมาแผนต่างๆมักไม่นำไปสู่การฏิบัติได้จริง โดยสิ่งที่ตนอยากเห็นและบรรจุอยู่ในกรอบยุทธศาสตร์แผนการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ มี 9 ประเด็น ได้แก่ 1.ต้องหาหล่มการศึกษาให้เจอและจัดทำแผนที่ออกจากหล่มนั้นให้ได้ 2.ทำแผนการศึกษาแต่ละกลุ่มให้ชัดเจนและต่อเนื่อง มีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะช่วงรอยต่อของการศึกษาที่จะต้องช่วยกันจัดระบบให้เข้มแข็งตั้งแต่เริ่มการศึกษาจนจบการศึกษา 3.แผนต้องนำไปปฏิบัติได้จริง เพราะไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดเข้ามาจะได้สานต่อการทำงานได้
4.ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน แม้ในการทำงานอาจจะปรับเปลี่ยนแผนบ้างตามสภาพแวดล้อมสถานการณ์แต่เป้าหมายที่วางไว้ต้องไม่เปลี่ยน 5.การกระจายอำนาจ ซึ่งกำหนดไว้ในร่างแผนการศึกษาฯ แล้วอยากให้ใช้ปัจจัยหรือเงื่อนไขเป็นตัวกำหนดในการเปลี่ยนผ่าน หมายถึงความพร้อมและความเหมาะสมเป็นหลัก อย่าใช้ห้วงเวลาเป็นตัวกำหนด 6.การประเมิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาควรจะต้องอยู่ในแผนการศึกษาฯ และต้องได้รับการประเมินด้วย 7.งานวิจัย อยากให้กำหนดกรอบชัดเจนว่าจะมุ่งงานวิจัยเรื่องใด ใครเป็นผู้ทำที่สำคัญต้องเป็นงานวิจัยที่ตอบสนองการพัฒนาประเทศ 8.การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งขณะนี้เริ่มดำเนินการแล้วในรูปแบบประชารัฐ และ9.งบประมาณ การจัดทำแผนต้องคำนึงถึงสถานะการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งหากสามารถวางแผนใน 8 ประเด็นข้างต้นได้ดีจนเกิดการบูรณาการด้านการศึกษา เห็นประสิทธิภาพและผลลัพธ์ก็จะสามารถกำหนดงบประมาณแต่ละปีได้ชัดเจน





