วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โฆษกก.แรงงาน ย้ำอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพิจารณาร่วมไตรภาคี

โฆษกกระทรวงแรงงาน ชี้แจงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จะเพิ่มจาก 300 บาท เป็น 360 บาททั่วไทยหรือไม่ ต้องพิจารณาร่วมไตรภาคี

นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงานในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน ชี้แจง กรณี น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เดินทางไปยื่นข้อเรียกร้องปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจาก 300 บาท เป็น 360 บาททั่วประเทศไทย และให้ปฏิรูปประกันสังคมให้โปร่งใสนั้น กระทรวงแรงงานขอเรียนว่า การพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นการพิจารณาร่วมกันทั้งฝ่ายลูกจ้าง นายจ้าง ภาครัฐ ในลักษณะไตรภาคีภายใต้คณะกรรมการค่าจ้าง โดยรับข้อเสนอมาจากอนุกรรมการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของทุกจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานซึ่งอนุกรรมการมีองค์ประกอบร่วม 3 ฝ่าย เช่นเดียวกับส่วนกลาง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอของทุกจังหวัด 

“โดยคณะทำงานฯ ที่แต่งตั้งขึ้นโดยคณะกรรมการค่าจ้างกลาง ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด 3 ประการ คือ 1) สภาพเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่และภาพรวมของประเทศ 2) ความจำเป็นในการครองชีพของลูกจ้าง และ 3) ความสามารถในการจ่ายของนายจ้าง ดังนั้น การพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของแต่ละจังหวัดจึงขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัดเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ดี คณะกรรมการค่าจ้างกลางได้ให้ความเห็นชอบอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ครั้งล่าสุดอีก 20 สาขาใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยมีอัตราค่าจ้างตามมาตรฐาน ต่ำที่สุดอยู่ที่ 360 บาท/วัน สูงสุดอยู่ที่ 550 บาท/วัน ซึ่งจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันอังคาร ที่22 มี.ค.2559 นี้”โฆษกกระทรวงแรงงาน ระบุ

โฆษกกระทรวงแรงงาน  ชี้แจงอีกว่า ในส่วนของการปฏิรูปประกันสังคม พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเงินกองทุนทั้งของผู้ใช้แรงงาน นายจ้างและรัฐบาล โดยมุ่งเน้นปฏิรูปเพื่อให้กองทุนมีเสถียรภาพ เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก้ผู้ประกันตน พัฒนาระบบบริการเพื่อคุณภาพชีวติที่ดีของผู้ประกันตนทุกคน ซึ่งภายใต้รัฐบาลชุดนี้ได้มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนหลายประการ อาทิ ค่าคลอดบุตร เงินสงเคราะห์บุตร เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ เป็นต้น สำหรับงบประมาณ 69 ล้านบาท ของสำนักงานประกันสังคมในปี 2558 เพื่อไปดูงานต่างประเทศนั้นได้มีการปรับลดจากปี 57 ประมาณ 47% และในปี 2559 ได้ปรับลดลงอีก 13.73% โดยให้ยกเลิกโครงการเดินทางของคณะกรรมการต่าง ๆ จำนวน 8 คณะ โดยถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2558 อย่างเคร่งครัด โดยการเดินทางไปจะเป็นการประชุมว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่าง ๆ อันจะส่งผลดีต่อการบริหารกองทุนในอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนเอง 

“อีกประการหนึ่ง คือ การจัดสรรงบให้สภาองค์การนายจ้าง – ลูกจ้าง จัดอบรม สัมมนา ภายใต้วงเงิน 50 ล้านบาท นั้น สำนักงานประกันสังคมเห็นว่าสภาองค์การทั้ง 2 กลุ่มนี้ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แต่ละองค์การมี 14 แห่ง 2 องค์กร 28 แห่ง เพื่อดำเนินการให้ความรู้ได้อย่างทั่วถึงในฐานะผู้แทนของแต่ละฝ่าย ซึ่งสถานประกอบการในระบบมีกว่า 4 แสนแห่ง ผู้ประกันตนกว่า 13 ล้านคน และปัจจุบันได้ให้สหภาพแรงงานที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสภาฯ ทั้ง 28 แห่ง สามารถขอรับการสนับสนุนวิทยากรได้ทั่วประเทศด้วย”โฆษกกระทรวงแรงงาน อธิบาย

โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า สำหรับการเดินทางไปราชการต่างประเทศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในแต่ละครั้ง ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ อาทิ การเดินทางไปประเทศมอลตา เป็นการประชุม The Sea Web Seafood Summit โดยได้รับมอบหมายจาก พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา การดำเนินงานเกี่ยวกับกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำ ซึ่งจากการประชุมทุกฝ่ายรับทราบและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลไทย โดยผู้ร่วมประชุมมีการกล่าวในเวที ในวันสุดท้ายของการประชุมว่า“Don’t boycott Thailand” ซึ่งหากไม่ไปชี้แจงสร้างการรับรู้ อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้ง 2 กิจการนี้ โดยแต่ละปีสร้างมูลค่าให้แก่ประเทศไทยกว่า 1 แสนล้านบาท อีกประเทศ คือ กาตาร์ ซึ่งเดินทางไปตามคำเชิญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาการบริหารแรงงานและกิจการสังคมของรัฐกาตาร์ ซึ่งทางกาตาร์ต้องการแรงงานไทยเพื่อเตรียมการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ปี 2022 ในการเยือนครั้งนี้ กาตาร์แจ้งความต้องการแรงงานไทยประเภทกึ่งฝีมือโดยให้อัตราค่าจ้างสูง จำนวนกว่า 29,000 คน โดยที่ผ่านมากระทรวงแรงงานส่งเสริมให้แรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศจะต้องได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าประเทศไทย ในปี 2558 สามารถสร้างรายได้ส่งกลับผ่านระบบธนาคาร 82,456 ล้านบาท และช่วงเดือน ม.ค. – ก.พ. 59 สร้างรายได้กลับกว่า 14,100 ล้านบาท 

“และล่าสุดเดินทางไป สปป.ลาว เพื่อร่วมหารือลงนาม MOU ด้านแรงงานร่วมกัน พร้อมสนับสนุน สปป.ลาว ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีแรงงาน ASEAN ในเดือน พ.ค. 59 นี้ และจะใช้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติเชียงแสน จ.เชียงราย เป็นศูนย์ฝึกร่วมกันของ ASEAN พร้อมพิจารณาเสนอจัดตั้งกองทุนแรงงานASEAN ด้วย ซึ่งการเดินทางไปแต่ละประเทศ นอกจากกระชับความสัมพันธ์แล้วยังเกิดประโยชน์แก่พี่น้องผู้ใช้แรงงานและเศรษฐกิจของไทยเป็นอย่างมาก”โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าว

นายธีรพล  กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีโพลล์ล่าสุดของ ม.กรุงเทพฯซึ่งสำรวจจระหว่าง 1-30 มีค.59 นั้น เป็นโพลล์ของรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อดูรายละเอียดคำถามของโพลล์ และกลุ่มตัวอย่าง 60 คน โดยส่วนมากมาจากสถาบันทางการเงิน แบบสอบถามจะถามเกี่ยวกับ การเงิน การพลังงานและหนี้สาธารณะ โดยมีรัฐมนตรีเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ ที่จะสอบถามจำนวน 9 คนเท่านั้น โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานด้วย ซึ่งได้ 4.95 คะแนน โดยมีผู้ไม่ตอบถึง 19.9% ซึ่ง น.ส. วิไลวรรณฯ นำมากล่าวว่า สอบตกในการทำงานคงไม่เป็นธรรมนัก เพราะหากดูผลสำรวจจากผลงานทุกกระทรวง 19 กระทรวง จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ 5,476 คน ระหว่างวันที่ 25 ก.พ. – 5 มี.ค. 59 ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกัน พบว่า กระทรวงแรงงานอยู่ลำดับที่ 7 มีคะแนน 6.82 คะแนน โดยกระทรวงกลาโหมอยู่อันดับ 1 คะแนน 7.99 จากโพลล์นี้คงชัดเจนว่าการทำงานที่ผ่านมาของกระทรวงแรงงานในฐานะกระทรวงด้านความมั่นคงของรัฐบาล และทำงานควบคู่ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม มีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างไรดังเช่นปี 58 สร้างงานโดยบรรจุงานให้คนไทยได้ทำงานในประเทศกว่า 446,000 คน สร้างรายได้แก่ครอบครัวกว่า 4,000 ล้านบาท/เดือน และเพียงช่วงเดือน ม.ค. – ก.พ. 59 บรรจุงานได้อีกกว่า 67,300 คน สร้างรายได้กว่า 600 ล้านบาท ด้วย ฉะนั้น การวิพากษ์อะไรก็ตามขอให้นำข้อเท็จจริงทั้งหมดมาเสนออย่าใช้เพียงส่วนเดียวที่เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่กลุ่มตนเท่านั้น

“อย่างไรก็ดี ต่อกรณีการยื่นข้อเรียกร้องของ คสรท. ผู้บริหารกระทรวงแรงงานทุกคนให้ความสำคัญ โดยรับเรื่องด้วยตนเองทุกครั้ง หากไม่ติดภารกิจสำคัญจริง ๆ ซึ่งครั้งแรกปลัดกระทรวงแรงงานก็มารับเรื่องจาก คสรท. ด้วยตนเอง เรื่องการปรับอัตราค่าจ้าง สำหรับครังนี้ปลัดกระทรวงแรงงานต้องเดินทางไปในฐานะตัวแทนประเทศไทย ประชุมคณะประศาสน์การ สมัยที่ 236 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และได้มอบหมายให้ นายสุวิทย์ สุมาลา รองปลัดกระทรวงแรงงางน รับข้อเสนอแทน เพื่อพิจารณาแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป”โฆษกระทรวงแรงงาน กล่าวในที่สุด