วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสี่ยซิ่งเบนซ์อ่วม ตร.แจ้งเพิ่มเมาขับ-ขัดขืนเจ้าพนักงาน

เสี่ยซิ่งเบนซ์อ่วม ตร.แจ้งเพิ่มเมาขับ-ขัดขืนเจ้าพนักงาน คุมตัวฝากขังศาลอยุธยาผัดแรก

เมื่อเวลา13.30 น. วันที่ 18 มีนาคม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) เดินทางไปที่โรงพยาบาลบางปะอิน เพื่อสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่เวรเปล ที่ปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่สังคมยังมีข้อสงสัยว่าพนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา ได้มีการสั่งการให้โรงพยาบาลตรวจวัดแอลกอฮอล์ กับ นายเจนภพ วีรพร ผู้ต้องหาที่ขับรถยนต์เบนซ์ พุ่งชนรถยนต์ฟอร์ด เฟียสต้า ของนิสิตปริญญาโท จนไฟลุกเสียชีวิต 2 ศพ

พล.ต.อ.พงศพัศ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำพยาบาลในวันเกิดเหตุยืนยันว่าพนักงานสอบสวนได้ร้องขอให้พยาบาลตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และจะขอตรวจที่โรงพยาบาลสมิติเวชเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม อีก 2 ข้อกล่าวหา คือ ขับรถมึนเมาทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ตาม พรบ.จราจรทางบก โดยวันนี้(18 มี.ค.)ทางพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาจากโรงพยาบาลสมิติเวช เพื่อมาขออำนาจศาล จ.พระนครศรีอยุธยา ฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน หากฝ่ายผู้ต้องหาจะยื่นต่อศาลเพื่อประกันตัวขออนุญาตศาลปล่อยตัวชั่วคราวก็ต้องอยู่ที่ดุลยพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ สุขสวัสดิ์ ผกก.สภ.พระอินทร์ราชา และ พ.ต.ท.สมศักดิ์ พลพันขาง รองผกก.(สอบสวน) สภ.พระอินทร์ราชา ไปปฏิบัติหน้าที่ ศปก.ภ.1 เป็น15 วัน โดยขาดจากตำแหน่งเดิม นั้น เนื่องจากมีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นโทษทางวินัย และมอบหมายให้ พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ ผกก.(สอบสวน ) ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ไปรักษาราชการแทน ทั้งนี้เพื่อต้องการให้ทั้งนายตำรวจทั้งสองคนพ้นจากพื้นที่ก่อน ซึ่งจะทำให้ชุดสอบสวนชุดใหม่ทำงานได้ง่ายขึ้น สำหรับโทษทางอาญาของชุดสอบสวนชุดเดิม ก็ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ตามที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบว่า จะมีโทษทางอาญาเพิ่มเติมหรือไม่

รองผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า การแต่งตั้งพนักงานสอบสวนชุดใหม่ เพื่อทำคดีนี้ โดยให้ พ.ต.อ.สุรินทร์ ทับพันบุพผา รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งจะมีพนักงานสอบสวนชุดนี้ทั้งหมด 9 คน และขอยืนยันว่า ในการตรวจแอลกอฮอล์ของผู้ต้องหานั้น ผู้ต้องหามีสิทธิ์ในการปฏิเสธการตรวจ แต่การตั้งข้อสันนิษฐานจะเป็นโทษกับผู้ต้องหาเอง เพราะพนักงานสอบสวนจะตั้งข้อหาเบื้องต้นไปก่อนว่า ผู้ต้องหามีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย จึงไม่ยินยอมให้มีการตรวจสอบ ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้นพนักงานสอบสวนได้ยืนยันว่ามีการขอตรวจแอลกอฮอล์ไปแล้วจริง หลังจากนี้โทษก็จะปรับเพิ่มขึ้น แต่ถ้าผู้ต้องหาไม่ยอมรับก็สามารถหาหลักฐานมาหักล้างได้เช่นกัน โดยอัตราโทษประมาทเพราะการเมาสุรา ตามกฏหมายจราจร มาตรา 142 มีโทษจำคุก ต่ำสุด 3 ปี ถึง 10 ปี หากไม่มีแอลกอฮล์ โทษต่ำสุด 1 ปี สูงสุด 10 ปี ซึ่งก็แล้วแต่อำนาจของศาลจะพิจารณา

“ส่วนประเด็นของยา lexapro ควบคุมอาการโรคซึมเศร้า วิตกจริต ที่ตกอยู่ในรถของผู้ต้องหานั้น ขณะนี้ตามหลักฐานคือเป็นยาของนายเจนภพจริง แต่จะมาอยู่ในรถตั้งแต่วันเกิดเหตุหรือไม่ หรือ นายเจนภพได้ทานยาก่อนขับรถรึเปล่า ตรงนี้ทางพนักงานสอบสวนต้องรอคำตอบจากแพทย์ ผู้เชียวชาญตรวจหาอีกครั้ง พร้อมรอพูดคุยหาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบสำนวณ จากแพทย์ผู้สั่งยาของนายเจนภพ ด้วยเช่นกัน ซึ่งแนวทางการสอบสวนหลังจากนี้ของพนักงานสอบสวนชุดใหม่ จะมีการตรวจพยานบุคคลทุกคนที่คาดว่าเกี่ยวข้อง พร้อมตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นความเร็วขณะวิ่งอยู่บนถนนก่อนมีการชน ขณะชน และหลังชน ต้องให้กองพิสูจน์หลักฐาน พิสูจน์หาความจริงเพิ่มเติม อย่างแน่นอน มั่นใจว่าคดีนี้จะรู้ผลภายใน 7 วัน” พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว

ต่อมาเวลา 15.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุทธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานโรงพยาบาลสมิติเวช เพื่อนำตัวนายเจนภพ ผู้ต้องหาที่ขับรถยนต์เบนซ์ที่พุ่งชนรถของสองนิสิตปริญญาโท มายังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุทธยาแล้ว เพื่อยื่นขออำนาจศาลฝากขัง ส่วนเรื่องการประกันตัว ต้องรอให้ศาลพิจารณาอีกครั้ง ส่วนพนักงานสอบสวนที่ทำคดีก่อนหน้านี้ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วกรณีที่ทำคดีล่าช้า