ปปง.เตือนระวังเล่ห์มิจฉาชีพแนวใหม่หลอกเงินผ่านโซเซียลมีเดีย เหยื่อเป็นกลุ่มเด็ก-คนวัยทำงาน
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( ปปง.) เปิดเผยว่า ส่วนตรวจสอบการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี ปปง. ซึ่งเป็นหน่วยเฝ้าระวังการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินยุคดิจิทัลเกี่ยวกับการฟอกเงินผ่านอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์หรือการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พบว่า ขณะนี้กลุ่มมิจฉาชีพมีการหลอกลวงให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อโอนเงินรูปแบบใหม่ๆ ที่มีความสลับซับซ้อนมาก 4 รูปแบบ คือ กลุ่มมิจฉาชีพจะเข้ามาทำความรู้จักและขอเป็นเพื่อนกับกลุ่มเยาวชนที่เล่นเฟชบุ๊คและอินสตาแกรม จากนั้นโน้มน้าวให้เปิดบัญชีธนาคารโดยให้ค่าตอบแทน เมื่อเยาวชนเปิดบัญชีแล้วก็จะให้ส่งสมุดบัญชีที่เปิดใหม่ บัตรเอทีเอ็ม และรหัสเอทีเอ็ม ให้กับมิจฉาชีพทางพัสดุไปรษณีย์หรือนัดพบ และถ่ายรูปตนเองพร้อมถือบัตรประจำตัวประชาชนส่งให้ทางไลน์ด้วยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อได้สมุดบัญชีพร้อมข้อมูลส่วนตัวเด็กไปแล้ว มิจฉาชีพก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการหลอกลวงคนอื่นๆ ต่อไป เช่น แอบอ้างเป็นผู้จำหน่ายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต เมื่อผู้ซื้อตกลงซื้อสินค้าและโอนเงินไปยังบัญชีของผู้ถูกแอบอ้าง มิจฉาชีพจะกดถอนเงินจากตู้ ATM จากบัญชีธนาคารของผู้ถูกแอบอ้าง และมิจฉาชีพก็จะปิดหรือเปลี่ยนบัญชี (Account) ของสื่อสังคมออนไลน์เพื่อหลบหนี เมื่อผู้ซื้อไม่ได้รับสินค้าก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อติดตามหาตัวก็จะพบว่าเป็นบัญชีของเยาวชนที่ถูกหลอกลวงขอข้อมูลไปแอบอ้าง
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า รูปแบบที่ 2 เป็นการหลอกลวงคนกลุ่มวัยทำงานที่ต้องการใช้เงินให้เปิดบัญชีธนาคารโดยลงโฆษณาว่าให้กู้เงินด่วน หรือชักจูงใจให้กู้เงินจำนวนมาก และเมื่อเหยื่อผู้ติดต่อสอบถามการขอกู้เงินแล้ว มิจฉาชีพจะขอให้ไปเปิดบัญชีธนาคารใหม่ และส่งข้อมูลส่วนตัว เช่น สมุดบัญชีธนาคารที่เปิดใหม่ บัตรเอทีเอ็ม รหัสเอทีเอ็ม และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อใช้เป็นหลักฐานการกู้เงิน จากนั้นจะนำข้อมูลไปใช้แอบอ้าง เช่น การขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อมีการรับเงินที่โอนจากผู้ขอซื้อสินค้า มิจฉาชีพก็จะปิด หรือเปลี่ยนบัญชี (Account) ของสื่อสังคมออนไลน์เพื่อหลบหนี เมื่อเจ้าหน้าที่ติดตามหาตัวก็จะพบว่าเป็นบัญชีที่ถูกแอบอ้างจากการขอกู้เงินนั้น
กลุ่มที่ 3 เป็นการหลอกลวงให้เปิดบัญชีธนาคารของกลุ่ม Scammer ซึ่งเป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำงานเป็นทีมงานหลอกลวงชาวต่างชาติและคนไทยให้มาซื้อสินค้าหรือร่วมลงทุนเป็นหุ้นส่วนกับบริษัท โดยเสนอผลประโยชน์ที่จะได้รับให้กับเหยื่อ มีแหล่งข้อมูลให้ดูน่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์บริษัท, ที่ตั้งบริษัทที่ต่างประเทศ เพื่อให้ยากแก่การค้นพบ รวมทั้งการสร้างความน่าเชื่อถือจากกลุ่มคณะทำงานที่สร้างเป็นฉากบังหน้าขึ้นเพื่อหลอกลวงให้เสียเงินให้กับบริษัท โดยมิจฉาชีพจะมีการหลอกขอข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เช่น สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม รหัสเอทีเอ็ม และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อนำมาใช้แอบอ้างหลอกลวงคนอื่นๆ หรือนักธุรกิจต่างชาติต่อไป
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่ม สุดท้าย คือ กลุ่มบุคคลชักชวนผ่านไลน์หรือเฟชบุ๊กให้เปิดบัญชีที่ต่างประเทศ โดยระบุว่ามีเพื่อนจากจีนต้องการเปิดทำธุรกิจแลกเงินแต่ไม่ได้จดทะเบียนตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนด หากมีผู้สนใจจะเข้าร่วมธุรกิจให้เดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารที่จีน โดยเสนอผลตอบแทนในรูปแบบการท่องเที่ยวประเทศจีน 3 วัน 2 คืน กินเที่ยวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมเงินอีก 7,000 บาท ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายการถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้เปิดบัญชี และนำบัญชีธนาคารเหล่านั้นไปให้ในการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน





