นายกฯพร้อมรมต. ลงพื้นที่อุดรฯ ติดตามแก้จน แก้ภัยแล้ง พร้อมเป็นสักขีพยานมอบโฉนดที่ดิน ยันรัฐบาลแก้ปัญหาไม่คิดแบ่งกลุ่ม
ผู้สื่อข่าวว่ารายงานว่า วันนี้(18มี.ค.)เมื่อเวลา 07.30 น.ที่ฝูงเครื่องบิน กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม และพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางด้วยเครื่องบินกองทัพบกแอมแบร์ (บ.ท.135) ไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อลงพื้นที่ติดเพื่อติดตามความก้าวหน้านโยบายการแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาที่ดินทำกิน การบริหารจัดการน้ำ
ต่อมาเวลา 09.45 น.นายกฯและคณะ เดินทางถึงโรงเรียนจอมศรีพิทยาคาร ต.จอมศรี อ.เพ็ญ จากนั้น มายังหอประชุมโรงเรียนจอมศรีพิทยาคาร ต.จอมศรี อ.เพ็ญ โดยมีข้าราชการ ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น และประชาชน ให้การต้อนรับ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสนธิกำลัง ซึ่งผู้ร่วมงานเจ้าหน้าที่จะทำตรวจค้นกระเป๋าและให้ผ่านเครื่องตรวจวัตถุต้องสงสัย
จากนั้น นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าฯจ.อุดรธานี ได้รายงานผลการดำเนินงาน และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกระประสบภัยแล้ง ต่อมา นายกฯเป็นประธานสักขีพยานมอบโฉนดที่ดินตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดให้กับประชาชน 189 ราย การมอบเงินโครงการแผนพัฒนาอาชีพเกษตรตามความต้องการของชุมชน เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ปี 2558-2559 จำนวน 18 โครงการ เป็นเงิน 8,205,954 บาท และการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรือให้อยู่อาศัย ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไผท และป่าโคกไม้งาม จ.อุดร ให้แก่ผู้ว่าฯจ.อุดรธานี
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวมอบนโยบายว่า วันนี้ ตนและรมว.มหาดไทยใส่เสื้อผ้าย้อมคามจ.อุดรธานี แต่ไม่รู้ว่าใส่แล้วจะทำให้ผ้าขายออกไหม ใส่แล้วหล่อหรือไม่ แต่นี้คือสิ่งที่ต้องการทำให้เข้าใจว่า ทำให้กับทุกคน ทุกกลุ่ม ทั้ง 70 ล้านคน มาเพื่อสร้างความเข้มแข็ง ไม่ได้ต้องการมาสร้างความแตกแยก ต้องการรวมทุกคนเป็นหนึ่งหนึ่งเดียวให้ได้ อยากใช้เวลาทำความเข้าใจในการบริหารราชการแผ่นดินรัฐบาลในวันนี้ เราเดินอย่างเดิมไม่ได้แล้ว ที่ผ่านมาอาจจะดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ต้องมาร่วมมือทำในสิ่งที่ดี ๆ และจากรายงานจะแก้เป็นเปราะ ๆ ไป ตามระยะเวลาที่มีอยู่
ปัญหาภัยแล้งพบว่า พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตชลประทาน โดยปัญหาของเราคือไม่มีต้นน้ำที่พอเพียง มีน้ำจากฝนและป่าเท่านั้น ส่วนน้ำใต้ดินใช้ได้ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการมอบโฉนดที่ดิน ไม่ใช่อยู่ดี ๆ เอาที่ดินไปยกให้ มันเป็นไปไม่ได้ แต่เป็นการเอาที่ดินของท่านไปมอบให้ท่านตามกฎหมาย เพราะไม่อยากบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะทวงคืนผืนป่า แต่ไม่ว่าจะเป็นนโยบายอะไรก็ตาม จะได้สบายใจว่า สามารถทำกินต่อไปได้ ส่วนใครไม่มีที่อยู่จะไปอยู่อีกกลุ่ม ตนจะหาเพิ่มเติมให้ จะทำให้ทั่วถึงในปี 59 ซึ่งการทำอะไรต้องนึกถึงคนอื่นด้วย ไม่ใช่แค่ทำแค่ตรงนี้ ตรงนั้น ตนไม่ได้ทำเพื่อคะแนนเสียง ตนทำเพื่อประเทศชาติ เพราะถ้าประเทศอยู่ไม่ได้ จ.อุดรธานี ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน
วันนี้ต้องรักษาป่าให้มากที่สุด พอมาทำฝนเทียม ตนสั่งให้ย้ายทำฝนหลวงทั่วประเทศ แต่ไปแล้วเมฆไม่พอ ฝนก็ตกไม่ได้ ซึ่งฝนหลวงเป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานไว้ รัฐบาลทำเต็มที่ทุกอย่าง เพื่อประชาชนเป็นหลัก งบประมาณปี 59 จะบริหารให้ครบที่วางไว้ ถ้ายังขาดเหลือจะส่งต่อรัฐบาลหน้าทำ และขึ้นอยู่กับประชาชนจะให้เขาทำหรือไม่ ในแผนบริหารจัดการน้ำเอามาทำใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยง ระหว่างประเทศก็ไปเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน เขาก็ยินดีเป็นการดูแลต่างตอบแทน ประเทศมหาอำนาจอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน เขาแจ้งประเทศไทยประเทศเดียวว่าปล่อยน้ำมาให้ เพราะเราค่อนข้างมีสัมพันธ์ที่ดีกับเขา ไม่ใช่เป็นพวกอย่างที่ใครกล่าวหา แต่เราอิสระ เราต้องได้ประโยชน์จากทุกประเทศ จากความไว้เนื้อเชื้อใจ ลดความหวาดระแวง ได้ผลประโยชน์ที่เท่าเทียมตามหลักการรัฐบาล
นายกฯ กล่าวว่า เราไม่ควรติดกับเรื่องเดิม ๆ ไม่ควรให้เงินมาก ๆ ในการแก้ปัญหา เพราะไม่อย่างนั้น ประเทศชาติไปไม่ได้ เพราะมันคือภาระประเทศชาติ เมื่อรัฐบาลแก้ไม่ได้ ก็จะกลายเป็นปัญหาสังคม หลายประเทศในโลกที่เจริญเป็นมหาอำนาจ เคยอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศอื่นมาทั้งสิ้น ในระหว่างเขาอยู่ตรงนั้นเขาถูกกดดัน เขาก็คิดรอไว้เมื่อไรจะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เพื่อเขาเป็นอิสระเขาก็ทำ แต่ของเราอิสระมาตลอดเลยไม่คิด มีคนมาชี้นำผิดบ้าง ถูกบ้าง มันก็เลยไม่ค่อยทันเขา วันนี้ ต้องคิดใหม่ทั้งหมด คิดให้เร็ว คิดให้ทัน อย่าบิดเบือน ไม่อย่างนั้นประเทศชาติไปไม่ได้ แล้วใครจะอยู่ได้ ฝากไว้ด้วย
บ่นอยากขึ้นค่าแรงตามคำขอ 400 ต้องผ่านมาตรฐานก.แรงงาน ป้อง"รมว.เกษตร" ทำงานถูกวางระเบิดเยอะ ต้องรื้อทุกเรื่องกลับคะแนนน้อย ซัด คอลัมนิสต์ เขียนส่งเดชตัวเลขลงทุนปลายปลายปี ฝาก ชาวอุดร อยากเห็นอนาคต 20 ปีอย่างไร ขอให้พิจารณารธน.เอง พ้อ เลือกแบบเดิมก็จนใจ ยังหวังเดินหน้าได้ เพราะทำด้วยความบริสุทธิ์
นายกฯ กล่าวว่า คงไม่มีที่ไหนมีความเท่าเทียมในมนุษยชาติ ถ้าจะเท่าเทียมรวยยากดีมีจน ต้องยึดกฎหมายที่เป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ ใครผิดถูกก็ว่าตามนั้น สังคมจึงจะสงบสุข ถ้าไม่เคารพกฎหมายอย่างที่ผ่านมา ก็ไม่มีวันสงบสุข ตนได้กำชับฝ่ายความมั่นคงไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร ต้องเป็นธรรม ดังนั้นการแก้ปัญหาอยากให้ข้าราชการคิดว่าต้องร่วมมือกับประชาชน โดยมองอนาคตข้างหน้า 20 ปี ในอนาคตลูกหลานต้องมีงานทำ มีทรัพยากรธรรมชาติ มีป่ามีน้ำ เราต้องสร้างความเข้มแข็ง สร้างมิติการพัฒนาประเทศใหม่ทั้งหมด ฉะนั้นอย่าให้ใครมาบิดเบือนตรงนี้ ตนอาจอยู่ไม่ถึง 20 ปี แต่ลูกหลานต้องอยู่
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนการบริหารจัดการน้ำถือว่าสำคัญ เป็นต้นกำเนิดแห่งชีวิต ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เป็นเกษตรกร 30-40ล้านคน ทั้งนอกและในเขตชลประทาน นับวันปริมาณน้ำจะลดลงเรื่อย ๆ เพราะสภาวะอากาศโลกเปลี่ยนแปลง ธรรมชาติเตือนมาหลายปีแล้ว ฉะนั้นทุกรัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมลดความเสี่ยงสิ่งเหล่านี้ให้ได้ ซึ่งรัฐบาลนี้กำลังเตรียมรับมืออย่างน้อย 5 ปีข้างหน้าต้องรู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ถ้าทำไม่เสร็จก็ทำต่ออีก 5 ปี ดังนั้นการบริหารจัดการน้ำต้องสอดคล้องกับการเกษตร ตามที่รัฐบาลประกาศแล้วว่าจะแก้ปัญหาเรื่องการเกษตรให้ตรงกับพื้นที่ ตรงความต้องการ มีการจัดสรรน้ำแต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลนี้จะไม่สนับสนุนเกษตรกร เพียงแต่ต้องทำอย่างถูกวิธี จากนี้ไปการปลูกพืชแบบเดิม ๆ แล้วเป็นหนี้สินถูกกดราคา กลายเป็นปัญหาเชื่อมโยงกันไปทั้งสิ้น อย่าคิดแค่ปัญหาของตัวเอง เพราะมันผูกพันกัน ถ้าคนไม่มีรายได้ เกษตรกรไม่มีรายได้ ก็จะขับเคลื่อนประเทศไม่ได้ ส่วนการส่งออกก็มีปัญหาเพราะต้นทุนการผลิตเราสูง ค่าแรงวันนี้ก็ให้สูงแล้ว 300 บาท แต่จะขอขึ้นอีก 400-500 หากจะขอขึ้นแบบนั้นต้องไปผ่านมาตรฐานกระทรวงแรงงานเฉพาะกิจการไป เว้นแต่รายได้ประเทศดีกว่าเดิม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า โครงสร้างรายได้ประเทศมาจากหลายส่วน ไม่ใช่การส่งออกอย่างเดียว แต่ยังมีภาคการเกษตรมีเอสเอ็มอี ซึ่งต้องทำใหม่ทั้งหมด ถามว่าพวกท่านจะอดทนกับตนไหม จะได้มีกำลังใจในการทำงานต่อ รัฐบาลไม่ได้ต้องการให้เลิกทำการเกษตรอย่าให้ใครมาบิดเบือน ถ้าใครบอกว่าจะมาดูแลเรื่องการเกษตรและดูแบบเดิม ประเทศชาติมีหนี้มีสิน ก็เสียดายเงินเหล่านี้จมไปเป็นล้าน ๆ บาท ใครจะช่วยตนแก้ มีใครคิดแก้บ้าง ฉะนั้นไปถามคนที่ออกมาพูดเรื่องเหล่านี้ว่ามีการวางแผนจะแก้เรื่องหนี้สินอย่างไร และไม่ใช่เรื่องเดียว
"วันนี้ตั้งใจจะไม่พูดการเมืองด้วยซ้ำ แต่อดไม่ได้เพราะฝันเรื่องการเมืองทุกวัน ฝันนี่นู่น รถไฟ เกษตร ฝนตก เพราะมันเป็นความคาดหวังในใจ ผมฝันเพื่อพวกเรา ทุกคนต้องตั้งความฝันตัวเอง ว่าจะทำให้ลูกหลานมีชีวิตความเป็นอยู่ได้อย่างไร เราจะทิ้งมรดกอะไรให้เขาบ้าง อย่างน้อยมีที่ดินอาชีพเพียงพอในอนาคต ไม่ใช่ส่งมอบหนี้สินให้เขาอีกทอด ส่งแต่หนี้ไปเรื่อยๆ พวกเจ้าหนี้นอกระบบก็รวยไปเรื่อยๆอย่างนี้มันไม่ได้ ผมไม่ได้มีอะไรกับเจ้าหนี้นอกระบบ อยากให้มีความเป็นธรรม ไม่ใช่ไปเรื่อยเปื่อย แบบนี้ถือเป็นผู้มีอิทธิพลเหมือนกัน" นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้เราต้องร่วมมือกันทั้งข้าราชการ ประชาชน ที่ใช้คำว่าประชารัฐ สำหรับงานของรัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ ไปให้คะแนนน้อยได้อย่างไร ซึ่งทำทุกอย่าง รื้อทุกปัญหา เละไปหมดแล้วมาบอกว่าไม่ทันใจ ทำงานไม่ดี ประชาชนเดือดร้อน มันจะไม่เดือดร้อนได้อย่างไร เพราะถูกวางระเบิดไว้ทุกที่ ถ้าไม่ร่วมมือตรงนี้ก็รื้อไม่ได้ แล้วจะทำกันแบบเดิมเหรอ ที่ผ่านมางบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้มากที่สุด แต่ประชาชนยังจนอยู่นั่นแหล่ะคือปัญหา ตนไม่ได้มองตัวเลขจีดีพีอย่างเดียว แต่ก็เป็นหลักการทางเศรษฐศาสตร์ที่ต้องทำ ต่างชาติเขาใช้ในการประเมิน เพื่อที่จะมาลงทุนในไทย สิ่งที่ตนอยากให้ข้าราชการใช้หัวใจทำงานโดยให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมตามความต้องการของแต่ละพื้นที่
"วันนี้ทุกประเทศพร้อมร่วมมือกับไทยแต่ขอว่าทำอย่างไร ผมจะรักษาเสถียรภาพแบบนี้ได้ ถ้าทำได้แบบนี้เขาทำต่อ เขาไม่พูดแค่ปีนี้ปีหน้าแต่พูดไปถึง 5 -20 ปีข้างหน้า อย่ามาพูดส่งเดชว่าวันนี้ไม่ทำไม่เกิดในเรื่องการลุงทุน เมื่อวานไม่รู้หนังสือพิมพ์ฉบับไหนลง ขี้เกียจเอ่ยชื่อ ไม่เคยพูดดีให้ผมอยู่แล้วเป็นบางคอลัมนิสต์ บอกเศรษฐกิจไทยลดการลงทุนไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มันเอาอะไรมาพูด วันนี้มูลค่าการลงทุนมีมากกว่าเดิม 3-4 เดือน ที่ผ่านมาเกินเป้าหมาย ทำไมไม่เอามาพูดแต่ไปเอาตัวเลขปลายปีมาพูด นี่คือสิ่งที่ผมอยากทำความเข้าใจ ไม่อยากให้ทุกคนถูกบิดเบือนเพราะทำให้เสียกำลังใจ ท่านก็เสีย คนทำงานก็เสีย ผมก็เสีย แล้วมันได้อะไรขึ้นมา เสียเวลาไปต่อยตีกันข้างนอกอีก ผมให้เกียรติท่านเสมอ วันนี้มารับใช้ท่าน ท่านคือเจ้านายผม ทุกคนที่มารับผิดชอบต้องเป็นลูกน้องท่าน ถ้าทำดีโอเค ถ้าทำไม่ได้อย่าไปเคารพนับถือ รวมถึงผมด้วยถ้าทำไม่ดี หากสงสัยอะไรถามมาได้ อย่าให้ใครมาพูดจาเลอะเลือนไปเรื่อย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า หน่วยงานรัฐ 20 กระทรวงไม่ใช่มาแล้วทำงานได้เลย ปีแรกรบทุกเรื่อง ฉะนั้นขอฝากให้ไปพิจารณาเพราะเป็นการกำหนดอนาคตท่านเอง อยากเห็นอุดรธานีในอนาคต 20 ปีเป็นอย่างไร รวมถึงเรื่องรัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องที่ท่านจะพิจารณากันเอาเอง ถ้าคิดว่ามันดีอยู่แล้ว ก็จนใจ ตนคงต้องก้มหน้ายอมรับ แต่ก็ยังมีความหวังทุกอย่างน่าจะเดินหน้าได้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ จากที่ตนทำกันอยู่เวลานี้
ปลุกขรก.ท้องถิ่นสร้างพลังประชารัฐ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนขอยกตัวอย่างที่ประเทศสิงคโปร์ มีการเก็บทั้งน้ำทะเลและน้ำฝนไว้ถึง 50 ปี เพื่อที่จะทำให้น้ำเหล่านี้เป็นน้ำของอนาคต แต่น้ำประปาเขาจะลงทุนซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านไปใช้ และปีต่อๆไป เขาจะวางแผนว่าจะใช้น้ำเหล่านี้ได้ โดยไม่ซื้อจากใคร ซึ่งเราเคยคิดถึงเรื่องเหล่านี้หรือไม่ เคยคิดหรือไม่ว่าจะไม่ซื้อไฟฟ้าใครในวันหน้า ไม่คิดกันหรอก เพราะว่าไม่มีคนบอกให้ท่านคิด คิดแต่อีกแบบไปเรื่อยๆ อ้างว่าไม่ต้องสร้างก็ได้ไปซื้อเขามา ตนขอถามว่าถ้าตัดไฟฟ้าทั้งหมดจะอยู่กันได้หรือไม่ นี่คือความเข้มแข็ง ถ้าวันนี้อะไรมันทำไม่ได้ทั้งหมด วันหน้าต้องพึ่งเขาหมดทุกเรื่อง จะอยู่กันได้อย่างไร นี่คือความมั่นคงทางด้านพลังงาน ไม่ใช่ตนหรือบริษัทได้ที่ได้ประโยชน์ ซึ่งการสร้างโรงไฟฟ้าต้องทำให้โปร่งใส และผลประโยชน์เป็นของคนส่วนใหญ่ ตนของฝากเอ็นจีโอด้วย เชื่อว่าคงนั่งอยู่แถวนี้
"ผมพูดเพราะจำเป็นต้องพูด ถ้าผมไม่พูดก็ไม่มีใครออกมาพูด เพราะฉะนั้นข้าราชการท้องถิ่น อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ออกมาขับเคลื่อนประชารัฐให้ได้ อย่าแบ่งแยกกันอีกต่อไป อย่าให้ใครมาครอบคลุมท่าน ไม่มีใครหวังดีกับท่าน เชื่อผมสิ ผมไม่ต้องการอะไรจากท่าน แต่ท่านมีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข นั่นคือหน้าที่ในการตั้งการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การขับเคลื่อนของผู้ว่าราชการจังหวัด นึกอะไรไม่ออกก็บอกผู้ว่าฯ"นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องการเพิ่มรายได้นั้น ขอให้ร่วมมือกันใช้น้ำร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ด้วยตัวของประชาชนในพื้นที่เอง อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกลุ่มกันขึ้นมา
"วันนี้ต้องเริ่มกันใหม่รวมกลุ่มกันขึ้นมาให้ได้ เพื่อทำความดีให้แผ่นดิน ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระบรมราชินีนาถฯ ซึ่งปีนี้เป็นปีสำคัญมหามงคล 2 อย่าง ในหลวงทรงครองราชย์ 70 ปี และพระชนม์มายุ 84 ปี ทำไมเราทำให้ท่านมีความสุขไม่ได้เลยหรือ ผมถามท่านสิ ทำไมต้องใจร้ายกับพระองค์ท่าน 70 ปีที่ผ่านมาท่านผ่านอะไรมาแล้วบ้าง ท่านผ่านทั้งสงครามเย็น เป็นพระมหากษัตริย์มายาวนาน ท่านก็ดูเรื่องความมั่นคงเป็นหลัก พอจบสงครามเย็น ท่านก็ดูเรื่องเกษตรกรรมเป็นหลัก อ่างน้ำที่เคยขวางรถถัง ขวางเส้นทางบุกเข้าประเทศก็ปรับมาเป็นของเกษตรกรหมด เอาชาวบ้านไปอยู่แทนทหารที่เคยอยู่ ท่านคิดอย่างนั้น นั่นคือวันนั้นถึงมีวันนี้อย่าทำลายประวัติศาสตร์อย่าทำลายสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำเอาไว้ บรรพบุรุษเราเสียเลือดเสียเนื้อมาเท่าไหร่ พวกท่านจำเป็นต้องรู้ เพราะคือประวัติศาสตร์ของพวกท่าน"นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนลองถามท่านรัฐมนตรีว่ารู้หรือไม่ ว่าทำไมท่าทางการรำของแต่ละภูมิภาคต่างกัน ซึ่งในส่วนของภาคอีสาน ตอนแรกจะเริ่มจังหวะช้า และจะเริ่มจังหวะปานกลาง และตอนปลายก็คึกคัก มี 3 อารมณ์ แสดงว่าเขามีอารมณ์อ่อนไหว ถ้าใครมาปลุกเบาๆ ก็จะค่อยๆ ไปตาม แต่พอเริ่มปานกลางก็จะร้อนขึ้นมาหน่อย พอตอนไปก็เบรกไม่อยู่เพราะไปกันหมดแล้ว อารมณ์มันแรง ตนขอว่าอย่าให้เป็นอย่างนั้นกัน ทั้งนี้ในแต่ละภาคก็มีท่ารำที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นศักยภาพที่มีไม่เหมือนกันในแต่ละภาค เราอย่าไปทำอะไรให้เหมือนกัน ใครมาเที่ยวประเทศเราเหมือนมา 4 ประเทศ แต่เหมือนกันอย่างเดียวคือความเป็นคนไทย รอยยิ้ม น้ำใจ เผื่อแผ่ แบ่งปัน ทุกพื้นที่มีความเป็นมาแตกต่างกัน ต้องสร้างความเข้มแข็งเป็นจังหวัด ภูมิภาค และระดับประเทศ
วอนนักเมือง อย่าทำให้เกิดความเกียดชังแก่คนอีสาน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับสินค้าโอทอป โดยได้นำสินค้าโอทอปขึ้นไปขายบนเครื่องบิน การจะทำสินค้าอะไรก็แล้วแต่ ต้องคำนึงถึงความต้องการของตลาด หาจุดขาย สร้างเรื่องราวในตัวสินค้าเข้ามาเป็นจุดเด่นเพื่อเพิ่มมูลค่า สิ่งสำคัญต้องสามารถนำไปจำหน่วยแก่ต่างประเทศได้ ส่วนมูลค่าสินค้าทางการเกษตรวันนี้มีประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะส่งเสริมและหาแหล่งน้ำให้ และขณะนี้กำลังดำเนินโครงการอยู่ โดยโครงการหาแหล่งน้ำนี้จะแล้วเสร็จในอีก 3 ปี สำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จังหวัด จะต้องหาความสำเร็จให้ได้ โดยต้องรู้ว่าอะไรจะทำก่อนหรือหลัง โดยรัฐบาลให้งบประมาณสนับสนุนเป็นกลุ่มจังหวัด เพื่อสร้างความแข็งแข็ง และถ้าขาดเหลืออะไรขอให้บอก แต่ไม่ใช่ทำอย่างที่ผ่านมา ซึ่งก่อนที่ตนจะเป็นนายกฯ รัฐบาลก็รู้อยู่แล้วว่าการดำเนินการหลายอย่างจะทำให้เศรษฐกิจตกต่ำและวันนี้เมื่อรัฐบาลเข้ามาก็มีคนโจมตี ซึ่งอยากให้ไปถามคนที่โจมดีว่า เคยทำอะไรบ้าง การขับเคลื่อนรัฐบาลจะเน้นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องมาช่วยกัน อย่ามาคิดว่าจะมีการยุบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่ถ้าไม่มาช่วยกันก็มีโอกาสเหมือนกัน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถ้าทำดีแล้วก็ไม่ต้องกลัว แล้วมีช่วยกันปฏิรูปทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ส่วนปัญหาการเช่าที่ดินทำกินที่แพงเกินจริง หากพบปัญหาขอให้ร้องเรียนผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ทุกคนในประเทศไทยต้องได้รับความเท่าเทียบ หากร้องเรียกแล้วผู้ว่าฯและนายอำเภอไม่ทำ ตนจะไปเล่นงานเอง
ตอนหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถามหานักการเมือง โด กล่าวว่า "นักการเมืองมีใครมีนั่งอยู่บ้าง ผมไม่ทำอะไรท่าน จะคุยกับท่านหน่อย ส.ส. ตัวแทน ส.ส.มีไหม ไม่มีเลย ไม่สนใจผมเลย ผมไม่ได้รังเกียจนักการเมือง นักการเมืองไม่ใช่ศัตรูผม ใครก็ต้องเคารพกฎหมายของคนไทย จำไว้ อย่าทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน อย่าทำให้คนที่อื่นเขาเกียดชังคนอีสาน หรือคนอีสานเกียดชังคนที่อื่น ผมไม่เคยสอนให้คนเกียดชังใครทั้งสิ้น ผมเป็นลูกคนอีสาน จากที่เคยติดตามผู้บังคับบัญชามาโดยตลอด พบว่าความแห้งแล้งทำให้ไม่สามารถนำไปสู่ความเจริญได้ แล้วจะยอมเป็นเช่นนี้อีก 20 ปีต่อไปหรืออย่างไร อย่างไรก็ตาม ผมอยากฝากเป็นลูกบ้านคนอีสานด้วยคน ไม่ใช่จะมาเป็นเจ้านาย แต่ขอเป็นลูกน้อง"





