วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิษณุ'เผยเหตุส่งข้อเสนอกรธ. เพราะน่าวิตกหลังเลือกตั้ง

"วิษณุ"เผยเหตุส่งข้อเสนอกรธ. เพราะมีสิ่งน่าวิตกหลังเลือกตั้ง รัฐบาลเลือกตั้งมีเสียงส.ว.จับมือฝ่ายค้านล้มรัฐบาลได้ด้วย 375 เสียง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ส่งไปให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ว่า ทั้งโดยเจตนาและโดยถ้อยคำในหนังสือของคสช. เป็นการแจ้งไปให้ทราบ เป็นการบอกให้รู้ และมีเหตุมีผลมากกว่าทุกครั้งที่มีการทำข้อเสนอไป โดยเป็นการพูดให้ทราบว่ามีอะไรที่แม่น้ำ 4 สาย ได้วิตกในการประชุมเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งการประชุมครั้งนั้น หารือกันถึงสถานการณ์บ้านเมืองวันนี้ถึงวันเลือกตั้ง และสถานการณ์หลังจากวันเลือกตั้งไปว่า มีอะไรที่อาจจะเกิดหรือไม่เกิด แต่จากการวิเคราะห์มีสิ่งที่น่าวิตก                      

"ดังนั้น เมื่อบอกความวิตกตรงนี้ให้ทราบแล้วจะฟังแล้ว ก็ช่วยกรุณารับไว้พิจารณาเพื่อดำเนินการ จึงไม่ใช่การบังคับ และบังคับไม่ได้ อย่าลืมว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. เป็นสมาชิกคสช.คนหนึ่ง ต้องพบปะกันบ่อยครั้ง ถ้าจะบังคับขู่เข็ญกันสามารถทำได้ แต่การส่งเป็นข้อเสนอครั้งนี้ เพราะต้องการส่งสัญญาณไปถึงกรธ. 21 คนมากกว่าว่า มีอะไรที่เราวิตกกังวล เนื่องจากอีก 20 คน ไม่ได้มาเป็นคสช.ด้วย จะได้เห็นพร้อมกันทั้งหมด 21 คน ไม่เช่นนั้นนายมีชัย จะแบกภาระอยู่คนเดียว ส่วนที่นายกฯระบุจะส่งไปจนกว่ากรธ.จะพิจารณานั้น เป็นสไตล์ของท่าน ถ้าสื่อต่อปากมา ท่านก็ต่อคำไป ไม่ใช่การกดดันกรธ."นายวิษณุ กล่าว    

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงให้มีส.ว.สรรหา จำนวนมากถึง 250 คน นายวิษณุ กล่าวว่า การเลือกตั้งนั้นเป็นสิ่งที่ควรเคารพ แต่ไม่อยากบิดเบือนเสียงที่มาจากการเลือกตั้งไปสู่ประโยชน์ส่วนตัว ดังนั้นจึงต้องให้สมาชิกสภาในระยะแต่งตั้งชุดหนึ่งจำนวนหนึ่ง เข้ามามีส่วนที่จำนวนมากพอประมาณ แต่ไม่เอาเรื่องสิทธิเรื่องการเลือกนายกฯ และไม่มีการพูดนี้เรื่องนี้มาแต่ต้น

เมื่อถามว่า เหตุผลที่ต้องให้มีผบ.เหล่าทัพไปเป็นส.ว.เป็นเพราะอะไร นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อจะต้องใช้ระบบแต่งตั้ง แทนที่จะไปแต่งตั้งใครก็ขอเอาไว้ 6 ที่ จากจำนวน 250 คน เพื่ออย่างน้อยทำให้อุ่นใจเกิดความรู้สึกว่าถ้าจะปรองดองกัน จะแก้ไขสถานการณ์กันจะมีคนที่เป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติอยู่ ซึ่งเมื่อผบ.เหล่าทัพเกษียณก็ต้องพ้นจากส.ว.ไป เพราะเป็นส.ว.โดยตำแหน่ง จะว่าดีหรือไม่ดีก็แล้วแต่ แต่เจตนาคือเพื่อรับประกันด้านความมั่นคง และวุฒิสภาไม่ได้มีหน้าที่ในการออกกฎหมายอย่างเดียว แต่จะพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ป้องกันอะไรหลายอย่างที่ไม่พึงปรารถนาได้ แต่จะไม่ทำให้ใครมีอภิสิทธิ์ขึ้นมา นอกจากนี้ แม้ผบ.เหล่าทัพจะมีสิทธิ์เป็นประธานวุฒิสภา แต่คงไม่มีใครเอา เพราะเป็นข้าราชการประจำ งานต่างๆมากมาย คงดูไม่จืด     

เมื่อถามว่า จะถูกมองว่าฝ่ายความมั่นคงเข้าไปแทรกแซงงานนิติบัญญัติหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้ารัฐธรรมนูญ ให้สามารถทำได้ไม่ถือเป็นการแทรกแซง เมื่อถามว่า คณะกรรมการสรรหาส.ว.จะเป็นรูปแบบใด นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้ากรธ.ยอมรับตามความคิดตรงนี้ของคสช. กรธ.จะต้องไปกำหนดเองว่าจะคัดสรรอย่างไร เป็นใครมาจากไหน คสช.คิดให้ไม่ออกและไม่กล้าคิด     

รองนายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราไม่ได้พูดถึงเพื่อจะที่เอาคนเข้าไปออกกฎหมายให้วิเศษที่สุด เพราะตรงนั้นเป็นเรื่องหลังจากพ้นบทเฉพาะกาล แต่ในช่วงบทเฉพาะกาลทำอย่างไรให้เกิดความรู้สึกขึ้นในประเทศไทยและนานาชาติมีความสงบ มั่นคง ซึ่งมีการพูดกันในการประชุมแม่น้ำ 4 สาย ว่าการเลือกตั้งตามโรดแมปในปี 60 ยังเป็นสิ่งที่ยึดมั่นและจำเป็น แต่มีแนวโน้มว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาขึ้น เมื่อมีการเลือกตั้งในระยะเริ่มต้น ดังนั้นจึงมีอะไรหลายอย่างที่จำเป็นต้องดูแลรักษาสถานการณ์ความมั่นคงในช่วง 5 ปีแรก เมื่อพ้นแล้วจะไปแก้รัฐธรรมนูญ เขียนกันใหม่ก็คงต้องยอม เพราะเชื่อว่าในช่วง 5 ปีนั้นบ้านเมืองน่าจะเรียบร้อยได้แล้ว     

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าข้อเสนอของคสช.จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ เพราะที่สุดจะต้องเข้าสู่ประชามติ แต่เราอยากจะเห็นรัฐธรรมนูญผ่าน โดยที่สามารถเอาไปใช้กับสถานการณ์บ้านเมืองได้โดยเรียบร้อย ถ้าจะไม่ผ่านมาตรการทั้งหมด จะไม่ได้นำมาใช้ ก็ต้องทำรัฐธรรมนูญใหม่อยู่ดี และต้องเอาสิ่งอย่างเดียวกันไปคิดอยู่ดี อย่างไรก็ตาม เราจะตั้งหลักด้วยความรู้สึกว่าไม่ผ่านได้อย่างไร ต้องพูดในความรู้สึกว่ามันผ่าน ซึ่งแม่น้ำ 4 สาย มีความรู้สึกว่าน่าจะผ่าน เมื่อถามว่า หากต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะไม่กระทบโรดแมปใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า อาจจะยืดไปหน่อยได้ แต่ถึงอย่างไรต้องเลือกตั้งในปี 60     

เมื่อถามว่า การยกเว้นไม่ต้องเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นนายกฯ 3 รายชื่อ ก่อนจะเป็นการเปิดช่องให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถหยิบจับชื่อใครก็ได้มาเป็นนายกฯหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ถูก ไม่ได้ห้ามใครเลย แต่นายกฯจะมาจากพวกที่มาจากการเลือกตั้งเป็นคนเลือกคือส.ส. ไม่เกี่ยวกับส.ว. ซึ่งในเมื่อส.ส.มี 500 คนแล้ว ยังจะไปเลือกข้างนอกอีกแล้วจะทำอย่างไร โดยหลักแล้วก็ควรจะเลือกคนใน เลือกคนในพรรคของคุณ ต่อข้อถามว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว อดีตคสช.และส.ว.ก็เป็นนายกฯได้ใช่หรือไม่ รองนายกฯย้ำว่า ใช่ เพราะไม่ได้ห้ามใคร นอกจากข้าราชการประจำ แต่การไม่ได้ห้ามไม่ได้แปลว่าเชียร์ที่จะให้มาเป็น        

เมื่อถามว่า ถ้านายกฯเป็นคนที่ส.ว.ไม่ชอบก็มีสิทธิ์จะถูกถอดถอนได้ รองนายกฯ กล่าวว่า เสียงแค่นั้นเอาออกได้หรือ เพราะครึ่งหนึ่งของเสียงทั้งหมดของสภามี 750 เสียง คือ 375 เสียง แต่ส.ว.มี 250 คน เมื่อถามย้ำว่า แต่ถ้ารวมกับฝ่ายค้านเสียง ก็จะถึงครึ่งหนึ่ง รองนายกฯ กล่าวว่า ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะแค่ลำพังส.ส.ที่มี 500 คน ถ้าฝ่ายค้านมีมากก็เอาออกได้อยู่ดี ซึ่งเหมือนกัน ความเสี่ยงเกิดได้ทั้งหมด แต่ถ้ารัฐบาลดีมีธรรมาภิบาล ส.ว.จะได้ช่วยประคับประคอง แต่ถ้าเป็นรัฐบาลไม่ดี แต่ส.ส.ปกป้อง เสียงส.ส.ส่วนหนึ่งเอาออกไม่ได้ ส.ว.ก็อาจจะเข้ามาได้ ดังนั้น มันเกิดได้ทั้งหมดถ้าจะสมมุติ