วิป 3 ฝ่ายแจงหารือแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ระบุสปท.ได้ร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติเสนอรัฐบาล
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วม 3 ฝ่าย ( วิป ) ซึ่งประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี(ครม.) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ( สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ( สปท.) โดยมีพ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน สปท. ชี้แจงถึงการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ถึงการจัดทำร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติพ.ศ... กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยสปท.ได้ร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติเสนอรัฐบาล
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้สาระสำคัญให้มีกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ชาติ จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และอยากให้สบายใจว่าแผนยุทธศาสตร์ของรัฐบาล จะไม่มีอำนาจหรือกลไกเหมือนอย่างคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปรองดองเพื่อการปฏิรูป (คปป.) อย่างที่วิจารณ์กันแต่อย่างใด ซึ่งจะไม่มีอำนาจที่ผิดแปลกจนน่าเป็นกังวล และขณะนี้คณะกรรมการกฤษฏีกากำลังพิจารณาร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติอยู่
นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ที่สปท.เสนอยังไม่มีสาระสำคัญในตัวยุทธศาสตร์ เพราะเนื้อหาสำคัญอยู่ในตัวกฎหมาย โดยให้มีคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุดเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 1.มีหน้าที่กำหนดวิธีการขั้นตอน การพัฒนาการบริหารราชการแผ่นดิน และ2.มีกลไกขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 3.จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่มีเลขานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะเป็นผู้กำหนดรายละเอียดและกรอบต่าง ๆ โดยจะนำพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติและแนวทางการปฏิรูปของสปท.มาพิจารณาร่วมกัน
"ในส่วนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะกำหนดขั้นตอนยุทธศาสตร์การปฏิรูป ซึ่งขณะนี้รัฐบาลมีคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติและให้กฤษฎีกาได้ศึกษาร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติที่สปท.เสนอ ซึ่งพ.ร.บ.ดังกล่าวจะใช้ก่อนรัฐธรรมนูญไม่ได้ ในร่างรัฐธรรมนูญมี 2 มาตราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้"
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เชื่อว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติจะไม่ซ้ำซ้อนกับการทำงานของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) เพราะสภาพัฒน์ ดูแลแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นหลัก อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติในเรื่องการบริหารจัดการแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งปัจจุบันสภาพัฒน์เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เราจะดูให้รอบคอบที่สุด
นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งจะเป็นการปฏิรูปเพื่อป้องกันอันตรายจากสินค้าต่างๆ คุ้มครองผู้บริโภคทั้งแจ้งเตือน ขจัดสินค้าอันตราย เช่น กรณีไฟไหม้ที่อาคารธนาคารไทยพาณิชย์ (เอสซีบี) ซึ่งไม่มีการติดป้ายเตือนสารเคมีที่เป็นอันตราย โดยเราจะดูแลให้ทั่วถึงเพราะเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค มีผลต่อประชาชนอย่างมาก โดยรัฐบาลตระหนักและเร่งรัดให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยสั่งการให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)จัดทำแผนเพื่อเสนอรัฐบาล





