วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'องอาจ'ตั้ง3ปม'ส.ว.สรรหา'ฉุดข้อเด่นร่างรธน.

"องอาจ" ตั้ง3ปม "ส.ว.สรรหา" ฉุดข้อเด่นร่างรธน. หวั่นผู้มีอำนาจ ล็อกตัวบุคคลเข้าสภาสูง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของคสช.ให้ปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญที่ได้เสนอต่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)โดยเฉพาะ 3 ประเด็นคือ 1. การได้มาซึ่ง ส.ว. สรรหา 2. วิธีการเลือกตั้ง ส.ส. และ 3. ที่มาของนายกรัฐมนตรี โดยในส่วนของการได้มาซึ่ง ส.ว. สรรหา มีประเด็นที่ควรพิจารณาดังนี้ 1. การได้มาซึ่ง ส.ว.จากการพิจารณาของคนกลุ่มเดียว ในกลุ่มของคณะกรรมการฯ ที่ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ว่ามีอิสระเป็นกลาง เป็นที่น่าเชื่อถืออย่างแท้จริง มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้มีอำนาจจะเข้าไปมีส่วนกำหนดบุคคลที่จะได้พิจารณาเป็น ส.ว. โดยประชาชนไม่มีส่วนร่วมแต่อย่างใด ทางที่ดีกระบวนการของการได้มาซึ่ง ส.ว. ยังควรคงหลักที่มาจากกลุ่มสาขาอาชีพและควรออกแบบเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม 2. การกล่าวอ้างถึงประโยชน์ในการดูแลและพิทักษ์รักษาความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองด้วยการให้มี ส.ว.สรรหา 6 คน มาจากปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก่อให้เกิดคำถามว่า ทั้ง 6 ตำแหน่งนี้ ไม่สามารถใช้อำนาจหน้าที่ตามปกติพิทักษ์รักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองได้หรืออย่างไร และตำแหน่ง ส.ว. ที่ได้รับจะช่วยทำให้รักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร ถ้ากรธ. เขียนเรื่องนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของ คสช. ก็ต้องอธิบายให้ได้ว่า มีความจำเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอจะเป็นประเด็นที่ถูกโจมตีอย่างมาก และได้ไม่คุ้มเสียจนอาจเป็นชนวนสายล่อฟ้าที่จะทำให้ข้อเด่นในร่างรัฐธรรมนูญถูกละเลย         

นายองอาจ กล่าวว่า 3. ข้อเสนอที่ให้ ส.ว.สรรหา สามารถร่วมอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไว้วางใจ หรือไม่วางใจได้นั้น จะทำให้เข้าไปเป็นกลไกหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฝ่ายบริหารได้นั้น เป็นการสมควรหรือไม่ ในส่วนของที่มานายกรัฐมนตรีนั้น ได้มีการเสนอไม่ให้เอาเรื่องการแจ้งรายชื่อผู้ที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 ชื่อออกไป แต่คสช.ไม่ได้มีข้อเสนอว่าที่มานายกรัฐมนตรีควรมาด้วยวิธีการใด เพียงแต่คสช.ได้แสดงความวิตกกังวลไว้ในข้อเสนอว่า อาจเกิดเหตุจำเป็นที่พรรคการเมืองเห็นชอบร่วมกันให้เสนอชื่อบุคคลอื่นนอกบัญชีย่อมไม่อาจทำได้ จึงได้เปิดกว้างไว้ การเปิดกว้างไว้เช่นนี้ย่อมอาจถูกตีความได้ว่า เพื่อเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอก ที่ไม่ได้เป็นส.ส. กรธ. จึงจำเป็นต้องเขียนที่มาของนายกรัฐมนตรีให้ชัดเจน ไม่ให้ถูกตีความได้ว่า เปิดกว้างให้นายกฯ คนนอกมาได้สะดวกยิ่งขึ้น         

แนะ “คสช.” อย่าผูกขาด ข้อเสนอตัวเอง ดีสุด จี้ “กรธ.” พิจารณา ข้อเสนอ ผู้มีอำนาจ อย่างรอบคอบ   

นายองอาจ กล่าวว่า ในส่วนวิธีการเลือกตั้งส.ส.นั้น ข้อเสนอของคสช.ที่เสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบนั้น มีส่วนช่วยทำให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของตน และอาจมีส่วนช่วยลดการซื้อเสียงลงได้ระดับหนึ่ง รวมทั้งเปิดโอกาสให้พรรคทางเลือกมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ถึงแม้ข้อเสนอของ คสช. จะอยู่บนพื้นฐานของความตั้งใจอยากให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ในระยะเปลี่ยนผ่านโดยเฉพาะข้อวิตกกังวลถึงความไม่สงบเรียบร้อย อาจประสบปัญหาความรุนแรงหลังการเลือกตั้ง แต่คสช.ก็ต้องเปิดใจรับฟังข้อเสนอ มุมมองที่แตกต่างจากฝ่ายอื่น ๆ ด้วย เพราะยังมีบุคคล กลุ่มบุคคล ที่อยากเห็นประเทศเดินหน้าต่อไปได้ด้วยแนวคิด วิธีการที่แตกต่างจาก คสช. แต่มีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองเช่นเดียวกัน คสช. จึงไม่ควรผูกขาดว่าข้อเสนอและวิธีการของเราเท่านั้นจึงถูกต้อง                

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์จะแล้วเสร็จ ขอเรียกร้องให้กรธ.พิจารณาข้อเสนอจากทุกฝ่ายโดยเฉพาะข้อเสนอจากคสช.ด้วยความรอบคอบ เป็นตัวของตัวเอง บนพื้นฐานของหลักการที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง เพื่อที่รัฐธรรมนูญจะได้รับการยอมรับจากประชาชนจนมีส่วนทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ด้วยดีในที่สุด