วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประกาศราชกิจจาฯ กม.ให้อำนาจ'ประธานศาลฎีกา'สั่งโอนย้ายคดีได้

ประกาศราชกิจจาฯ กฎหมายให้อำนาจ "ประธานศาลฎีกา" สั่งโอนย้ายคดีไปยังศาลอื่นได้

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ (๑๕ มีนาคม ๒๕๕๙) พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๓๑) พ.ศ. ๒๕๕๙

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๓๑) พ.ศ. ๒๕๕๙”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๖ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๒๖ หากว่าตามลักษณะของความผิด ฐานะของจําเลย จํานวนจําเลย ความรู้สึก
ของประชาชนส่วนมากแห่งท้องถิ่นนั้น หรือเหตุผลอย่างอื่น อาจมีการขัดขวางต่อการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา หรือน่ากลัวว่าจะเกิดความไม่สงบหรือเหตุร้ายอย่างอื่นขึ้น หรืออาจเกิดผลกระทบต่อประโยชน์ที่สําคัญอื่นของรัฐ เมื่อโจทก์หรือจําเลยร้องขอหรือศาลที่คดีนั้นอยู่ระหว่างพิจารณาทําความเห็นเสนอต่อประธานศาลฎีกา ขอให้โอนคดีไปศาลอื่น ถ้าประธานศาลฎีกาเห็นควรอนุญาต ก็ให้สั่งโอนคดีไปยังศาลดังที่ประธานศาลฎีการะบุไว้ คําสั่งของประธานศาลฎีกาให้เป็นที่สุด”

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี


....

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันการพิจารณาพิพากษาคดี
บางเรื่องอาจเกิดผลกระทบต่อประโยชน์อันสําคัญของรัฐ ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาและพิพากษาคดีของศาล
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมควรกําหนดให้ประธานศาลฎีกามีอํานาจสั่งโอนคดีไปยังศาลอื่นที่มีความเหมาะสมกว่าได้จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้