นายกฯขอรมต.ทำงานด้วยความอดทน เพราะมีปัญหาทับซ้อน แนะสื่อพิจารณาข่าวคนพูดต่างประเทศให้รอบคอบ เผยมีข้อมูลกลุ่มการเมืองเคลื่อนไหว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า วันนี้รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาสิ่งที่หลายๆ อย่างที่เป็นปัญหาทับซ้อนกันหมด รัฐบาลก็เหนื่อยที่จะต้องแก้ปัญหา แต่ไม่เป็นไร เพราะประชาชนเหนื่อยและลำบากมากกว่า ตนได้บอกคณะรัฐมนตรีไปแล้วว่าเราต้องอดทน ช่วยกัน อย่าท้อแท้ ไม่เสียเวลากับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ซึ่งรัฐบาลทำไว้เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องที่เสียเวลาไปเปล่าๆ และยังแก้ไม่หมดในตอนนี้ อีกทั้งต้องเริ่มต้นใหม่เพื่อสร้างความเข้มแข็ง ทำให้ประชาชนมีความสุข ซึ่งก็ต้องลำบากเพราะที่ผ่านมาอยู่ในโครงสร้างที่ผิดมาตลอด ไม่มีประสิทธิภาพ จะเจตนาดีหรือไม่ดีตนไม่รู้ และไม่อยากให้ไปฟังมากนัก และนำไปขยายความ
ตัวอย่างเช่น การไปพูดคุยในต่างประเทศ สื่อก็นำไปขยายความอย่างนั้นอย่างนี้ว่ารัฐบาลนี้และคสช.ด้วย ซึ่งในความเป็นจริง เขาตั้งหลายคำถาม สมัยที่อยู่ทำงานมา แต่เขาก็ไม่ตอบ แต่กลับมาเล่นงานรัฐบาลปัจจุบัน เรื่องนี้ขอให้ดูให้ละเอียดด้วย หลายคำถามที่ไม่ยอมตอบ แต่จะตอบเฉพาะที่จะมาเล่นงานตน เพราะฉะนั้นสื่อเองก็ต้องเลือกที่จะฟัง จะเชื่อ และขยายความในสิ่งที่ถูกต้อง หากจะขยายความก็ต้องขยายให้ครบ ไม่ใช่เลือกเฉพาะ 4-5 คำถามเพื่อมาเล่นงาน คสช. อย่าลืมว่าสิ่งที่ตนทำทั้งหมดนั้นเรื่องอะไร
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ถ้าเราไม่มีอะไรใหม่ก็จะอยู่แบบเดิม จมดักดานเหมือนเก่า แล้วก็จะไปต่อไม่ได้ ชีวิตก็ไม่มีความสุขจนถึงลูกหลานในอนาคต วันนี้ตนไม่อยากให้ทุกคนกลับไปสู่ประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายในหลายๆ เรื่อง บางเรื่องถือว่าเลวร้าย ไม่น่าจะกลับไป ขอให้ทุกคนเดินหน้าดีกว่า ร่วมกันสร้างประเทศให้มีเสถียรภาพอยู่ในระดับที่เดินหน้าได้ ใช้เวลาอีกระยะสร้างความเข้มแข็งประมาณ 5 ปี น่าจะเอาอยู่ ซึ่งเราก็จะเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ
นายกฯ กล่าวถึงมาตรการดูแลสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากเกิดเหตุกลุ่มก่อการบุก รพ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ว่า ได้สั่งการให้เข้มข้นขึ้น เป็นมาตรการอยู่แล้วเพียงแต่ขอความร่วมมือให้มากขึ้นโดยเฉพาะการแจ้งข้อมูลข่าวสาร ซึ่งที่ผ่านมาก็แจ้งแต่อยากให้แจ้งเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆ เราต้องทำลายกระบวนการต่างๆให้ได้โดยเร็วเพราะมันมีผลกระทบทั้งสิ้น ทั้งการค้าการลงทุน ความปลอดภัย ชื่อเสียงประเทศ มันต้องทำลายเครือข่ายให้ได้ด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ด้วยการใช้กำลังนอกแบบไม่ใช่ ทำไม่ได้ต้องใช้กฎหมาย เพราะวันนี้เรามองว่าทุกคนคือคนไทยหรือคนไทยมุสลิม ดังนั้นต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย สิ่งที่เรามองไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้ายแต่มองเป็นผู้ก่อเหตุความรุนแรงทางอาชญากรรมที่ใช้ความรุนแรงมากๆเดือดร้อนทั้งไทยพุทธและมุสลิม มันจะสร้างความเดือดร้อนไปไปเรื่อยๆไม่ได้แล้ว ตนถึงบอกว่า 6 เดือนนี้ดูได้ไหมร่วมมือกันได้ไหมทำอย่างไรไม่ให้เกิดขึ้นอีก ทำอย่างไรจะร่วมมือทำลายเครือข่ายให้ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้เราต้องระมัดระวังเครือข่ายทางการเมือง วันนี้ก็ขยับกันอีกแล้ว ตนก็ได้รับข้อมูลมาพอสมควร พอมีคนพูดตรงนี้ ทางโน้นก็เกิดขึ้น มันถือเป็นความเชื่อมโยง แต่ไม่ได้กล่าวให้ใครเสียหาย ใครพูดก็รับผิดชอบกันไป ซึ่งตนก็สั่งให้มีการติดตามทั้งหมดว่าใครพูด ใครรับต่อ ถ้ามันใช่ก็ต้องถูกดำเนินคดี เพราะเรื่องของชีวิตคนเราจะปล่อยไปไม่ได้ มันจะเกิดครั้งหนึ่ง แม้ไม่มีคนตาย แต่มันก็ระเบิด ผมไม่ต้องการให้เกิดอะไรขึ้นสักอย่าง
เมื่อถามว่า ได้มีการติดตามการพูดถึงเรื่องกองกำลังที่สามหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “กำลังดูอยู่ว่ามันติดคุกหรือเปล่า ที่มาพูดเรื่องกองกำลังนอกกฎหมายแบบนี้”
เมื่อถามย้ำว่า เครือข่ายทางการเมืองที่พูดถึงมีการเคลื่อนไหวและขยับอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็มีการขยับกันมาเป็นระยะๆ ซึ่งในความเป็นจริงมีทุกที่ ทุกจังหวัด มีการขยับกันอยู่ใต้ดิน สื่อไม่รู้กันเลยหรือ เป็นการขยับในลักษณะเพื่อไม่ให้ประเทศเดินไปได้ มีเรื่องประชาธิปไตยบ้าง เรื่องประชามติบ้างก็ยังมีคนเหล่านี้ออกมาเคลื่อนไหวอยู่ ซึ่งตนอยากถามว่า คนทั้งประเทศจะยอมหรือเปล่า ถ้ายอมก็รับชะตากรรมกันไป ตนก็พยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว “ผมไม่อยากไปมุ่งร้ายใคร แต่ผมก็มีข้อมูลของผม สื่อก็อย่าไปเขียนให้ทะเลาะเบาะแวงกันอีก เพียงแต่ผมต้องการพูดให้ฟัง
เมื่อใดก็ตามประเทศชาติยังไม่สงบประชาชนยังไม่ร่วมมือกัน ไม่รักและสามัคคีกัน ก็เป็นที่แน่นอนว่าสิ่งที่มันไม่ดีก็จะเข้ามาสู่ประชาชน และบ้านเมืองเราเพราะฉะนั้นคนไทยต้องกลับมารักกันให้มากที่สุด อย่าให้ใครมายุแยงตะแคงรั่ว อย่าไปให้ความสำคัญกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ต้องดูว่ารัฐบาลกำลังทำอะไร ทำดีแล้วหรือยัง ถ้าอะไรไม่ดีก็บอกผมมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริตหรือเรื่องอะไรก็ตาม ก็ขอให้บอกมา อย่าพูดลอยลมเช่นนี้ถ้ามีการทุจริตก็ให้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษเข้ามาไม่ต้องกลัว ขอให้มีหลักฐานชัดเจน วันนี้รัฐบาลพยายามระมัดระวังทุกอย่างและสั่งการชัดเจน ตรงไหนที่มีการกล่าวหา สอบสวนและลงโทษ บางครั้งก็เป็นเรื่องภายในเป็นการลงโทษทางวินัย เพราะไม่ใช่ความเสียหายร้ายแรง แต่ถ้าเป็นเรื่องร้ายแรงก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ต้องตรวจสอบการทุจริตทั้งหมด"
เมื่อถามว่า วันคล้ายวันเกิดครบรอบ 62 ปี วันที่ 21 มี.ค.นี้ นายกรัฐมนตรีอยากได้ของขวัญอะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมบอกแล้วว่าไม่ต้องให้ของขวัญอะไรผม ไม่ต้องเป็นห่วงผม เว้นแต่พี่น้องที่รักกัน แต่สิ่งที่ผมขอให้พวกเขาอวยพรให้ผม ขอให้จัดของขวัญปีนี้ให้เป็นของขวัญของประชาชนทั้งประเทศด้วย นั่นคือความสุขของผม หลายคนอวยพรวันเกิดผม ผมบอกเขาว่าวันเกิดผมอีกวันคือวันที่ 22 พ.ค. เป็นวันเกิด คสช. วันนี้เป็นวันเกิดหลายอย่าง
รวมทั้งเป็นวันเกิดปลานิลครบ 50 ปี ผมขออย่างเดียวเป็นของขวัญ อย่างอื่นผมไม่ต้องการเลย คำอวยพรอื่นผมก็แทบไม่ต้องการยกเว้นเพื่อนสนิท มิตรสหาย ผู้บังคับบัญชา ลูกน้อง ผมต้องการอย่างเดียวคือทำของขวัญให้ประชาชน ให้เขาอยู่ดี กินดี มีรายได้ดี เขาก็คลายทุกข์ คลายโศกไปบ้าง อย่ามาขัดแย้งกันอีกเลย ผมไม่ต้องการมาสร้างความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างทำเพื่อจุดประสงค์ที่มีเป้าหมายคือประชาชนมีความสุข ประเทศบาติมีเสถียรภาพ มีความเข้มแข็ง มั่นคงและยั่งยืน”





