วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทนายวันชัย'ให้ปากคำดีเอสไอ รื้อคดีกรุงไทยเอาผิดบอร์ดอีก2ราย

ทนายวันชัย”ให้ปากคำดีเอสไอรื้อคดีกรุงไทยเอาผิดบอร์ดอีก 2 ราย ที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี ถามหาจริยธรรม"อุตตม"รมว.ไอซีที

นายวันชัย บุนนาค ทนายความและนักวิชาการด้านกฎหมาย เข้าพบพ.ต.ท.บรรณฑูรย์ ฉิมกรา ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 ของดีเอสไอ เพื่อให้ปากคำภายหลังยื่นหนังสือเรียกร้องให้ดีเอสไอรื้อคดีธนาคารกรุงไทยทุจริตปล่อยกู้ให้กลุ่มกฤษดามหานครใน 4 ประเด็นหลัก สืบเนื่องจากกรณีที่ศาลพิพากษาว่าธนาคารกรุงไทยฯอนุมัติสินเชื่อวงเงินรีไฟแนนซ์ 8,000 ล้านบาทให้กับกลุ่มกฤษดาผิดกฎหมายและมีการนำเงินจากสินเชื่อไปใช้ผิดวัตถุประสงค์แต่ปรากฎว่ามีบอร์ดเพียง 3 คน ที่ศาลสั่งจำคุก ประกอบด้วยร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ์ นายวิโรจน์ นวลแข และนายมัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา

แต่นายอุตตม สาวนายน (ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) และนายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ บอร์ดกรุงไทยอีก 2 รายที่ร่วมอนุมัติสินเชื่อไม่ถูกฟ้อง ทั้งที่ทั้ง 2 คนได้สมรู้ร่วมคิดกับคณะกรรมการการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ(คตส.) ใส่ร้ายเพื่อนกรรมการบริหารด้วยกันโดยให้การว่านายบุญคลี ปลั่งศิริ โทรศัพท์หาร.ท.สุชาย ว่า"บิ๊กบอส"หรือ"ซุปเปอร์บอส"ดูดีแล้ว และเข้าใจเองว่าหมายถึงนายกฯทักษิณหรือภริยาในขณะนั้นใช่หรือไม่ จึงไม่ถูกฟ้อง ซึ่งร.ท.สุชาย นายบุญคลี นายวิโรจน์ นายมัชฉิมา และพยานจำเลยทุกปากเบิกความว่าไม่มีบิ๊กบอส

"ต้องถามไปยังนายอุตตมว่าเป็นผู้บริหารกรุงไทยที่อนุมัติสินเชื่อด้วยกัน โดยผู้บริหารทั้ง 3 คนติดคุกไปแล้ว แม้ท่านจะไม่ถูกฟ้องแต่การลงชื่ออนุมติสินเชื่อ 8,000 ล้านบาท ทำให้ลูกหนี้ได้เงินสินเชื่อโดยผิดกฎหมายไป ท่านยังควรนั่งเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ประกาศปราบโกงต่อไปหรือ เชื่อว่าพนักงานสอบสวนจะดำเนินการอย่างดีที่สุดตามกรอบกฎหมาย"นายวันชัย ระบุ      

นายวันชัยระบุด้วยว่า กรณีที่ 2 ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพฯที่ลดหนี้ให้กับกลุ่มกฤษดาจาก 14,000 ล้านบาท เหลือเพียง 4,500 ล้านบาท ทั้งนี้ที่รู้ว่ากลุ่มกฤษดาได้รับสินเชื่อ 8,000 ล้านบาทมาชำระหนี้ การปรับลดหนี้ของธนาคารกรุงเทพฯเป็นการสนับสนุนให้กลุ่มกฤษดาฯนำเงิน 3,500 ล้านบาทไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และเป็นการสนับสนุนการฟอกเงินหรือไม่ กรณีที่ 3 ธนาคารกรุงเทพฯปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มกฤษดาฯตั้งแต่ปี 2537 มีเงินต้นค้างชำระ 7,800 ล้านบาท ดอกเบี้ยค้างชำระ 6,000 ล้านบาท แต่กลับประเมินที่ดินหลักประกันเพียง 4,606.3 ล้านบาท แล้วตัดลดหนี้พร้อมดอกเบี้ยไป 9,000 ล้านบาท โดยรับชำระหนี้เพียง 4,500 ล้านบาท กรณีของผู้บริหารธนาคารกรุงเทพฯจะผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ และ กรณีที่. 4 การยื่นคำร้องของตนไม่ใช่การขอรื้อคดีกรุงไทย แต่เห็นว่าบอร์ดที่อนุมัติสินเชื่อติดคุกไปแล้ว 3 คนเหลืออีก 2 คนยังไม่ถูกพิจารณาในชั้น ป.ป.ช.อัยการและศาล คดีจึงยังไม่ขาดอายุความ จึงขอให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับนายอุตตม และนายชัยณรงค์ในข้อหาเดียวกับอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย  

พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ในคดีฟอกเงินดังกล่าวการสอบสวนมีความคืบหน้าไปมากแล้ว คาดว่าจะสรุปสำนวนตามกรอบเวลาได้ภายในเดือนเม.ย.นี้โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงเกี่ยวข้องกับการรับเช็คทั้งนายพานทองแท้ ชินวัตร , นางกาญจนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร นายมานพ ทิวารี พ่อของน.ต.ศิธา ทิวารี นายวันชัย หงส์เหิน สามีนางกาญจนาภา นางเกศินี จิปิภพ มารดานางกาญจนาภา พนักงานบริษัท ฮาวคัมและบริษัท มาสเตอร์โฟน ได้เข้าให้ปากคำครบทุกปากแล้วเหลือเพียงนิติบุคคลอื่นอีกจำนวนหนึ่งเท่านั้น