ผบ.ตร.ระบุหากตำรวจเข้าข่ายมีอิทธิพล และผิดจริงประสานปปง.สอบเส้นทางเงินอายัดทรัพย์ -ย้ำปราบผู้มีอิทธิพลไม่เกี่ยวต่อต้านคสช.
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กล่าวถึงการส่งรายชื่อผู้มีอิทธิพลจากทุกกองบัญชาการให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ครบกำหนดในวันนี้ว่า เบื้องต้นได้รับข้อมูลดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และคาดจะเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า ขณะเดียวกันได้เข้าพูดคุยกับข้าราชการตำรวจยศ“นายพล” ที่เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลใน 16 ฐานความผิดแล้ว จากนี้ก็จะดำเนินการเอาผิดทั้งทางวินัยและทางอาญา แต่จากการพูดคุยตำรวจยศนายพล ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าว แต่ต้องรอการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้รวบรวมไว้ก่อนหน้านี้อาจเป็นข้อมูลเก่า ปัจจุบันอาจเลิกยุ่งเกี่ยวไปแล้ว บางคนเสียชีวิตไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีตำรวจ 4 นายที่เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล ได้มีการเข้ามาพูดคุยหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ระบุว่ามี 4 คน และไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้การทำงานยากขึ้น แต่รับว่ายังรับราชการอยู่ หากมีความผิดจริงก็จะประสานกับ (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่ออายัดทรัพย์และดำเนินการตามกฎหมายอาญาและวินัย ขณะเดียวกันหากพบว่าตำรวจนอกราชการเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีอาญาเท่านั้น
เมื่อถามว่า ในส่วนของตร.จำเป็นต้องเรียกตำรวจที่ไปติดตามนักการเมืองกลับหน่วยหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ก็ต้องดู แต่เชื่อว่าทุกวันนี้ไม่มีแล้ว รวมถึงตำรวจที่ไปช่วยราชการติดตามบุคคลสำคัญต่างๆ ก็ต้องดูเหตุผลความจำเป็นว่าที่ไปแบบถูกต้องหรือไม่
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนการดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพลหรือนักการเมืองท้องถิ่นมีการบูรณาการทั้ง 3 ฝ่าย ฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจ แต่ในการดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพลนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการรวบรวมสำนวนและเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่าการปราบปรามผู้มีอิทธิพลครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ต่อต้านคสช.แต่อย่างใด ซึ่งนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิได้ดำเนินการอย่างสักระยะแล้ว และตนไม่รู้สึกกังวลใจในการดำเนินคดีกับข้าราชการตำรวจหรือนักการเมืองใดๆทั้งสิ้น





