ฉลองครบรอบครึ่งศตวรรษ ทรงพระราชทานปลานิล “ปิดทองหลังพระ” เตรียมเสิร์ฟ2เมนูจากปลานิล ให้ ครม.รับประทานอังคารหน้า
ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เปิดเผยว่าในโอกาสครบรอบ50ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานปลานิลให้แก่กรมประมงเพื่อให้นำไปส่งเสริมให้มีการขยายพันธุ์เป็นอาชีพ และส่งเสริมโภชนาการแก่ประชาชนทั่วประเทศ เมื่อวันที่17มี.ค.2509มูลนิธิปิดทองหลังพระฯได้จัดกิจกรรมโครงการ “หนึ่งจานจากใจ เฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชย์ครบ70ปี และครึ่งศตวรรษ ปลานิลพระราชทาน” โดยในวันอังคารที่15มี.ค.ที่จะถึงนี้ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการประกอบอาหารกลางวันให้ ครม.โดยใช้ปลานิลเป็นวัตถุดิบหลักประกอบเมนู ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนหันมาบริโภคปลานิลให้มากขึ้นหลังจากปลาชนิดนี้อยู่คู่สังคมไทยมานานหลายสิบปี
สำหรับอาหารเมนูปลานิลที่จะเสริ์ฟให้ ครม.และผู้ติดตามได้รับประทานเป็นอาหารกลางวันในวันดังกล่าวประกอบไปด้วยสลัดปลานิลย่าง และปลานิลทอด ลาดซอส เอ็กซ์โอ เสริ์ฟคู่กับข้าวผัดไข่ โดยเชฟผู้ปรุงอาหารในวันดังกล่าวคือนายชัยเทพ ภัทรพรไพศาลหรือ“เชฟลี” เจ้าของร้านอาหาร “ลีคิทเช่น” และ “ลีคาร์เฟ่” โดยหลังจากมีการจัดกิจกรรมให้ ครม.รับประทานทานเมนูปลานิลที่ได้รับการปรุงจากเชฟที่มีชื่อเสียงแล้วกิจกรรมต่อไปมูลนิธิปิดทองฯจะร่วมมือกับร้านอาหารชั้นนำ12แห่งเช่น ร้านเอสแอนด์พี เชสเตอร์กริลล์ และร้านลีคิทเช่น เป็นต้น ในการให้เชฟทดลองสร้างสรรค์เมนูที่ใช้ปลานิลเป็นเมนูหลักเพื่อเป็นการสนับสนุนให้มีการใช้ปลานิลในการประกอบอาหารมากขึ้น โดยกิจกรรมต่างๆจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการประมาณ6เดือนตั้งแต่เดือน มี.ค.–ส.ค.ปีนี้
ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการผลิตปลานิลไม่ต่ำกว่า20,000ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าหน้าฟาร์ม12,000ล้านบาท นอกจากนี้ยังเป็นปลาน้ำจืดเพื่อการส่งออกที่มีศักยภาพสูงกว่าปลาชนิดอื่นๆด้วย โดยตลอดระยะเวลา50ปีนับจากพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานปลานิลเป็นต้นมา ภาครัฐ เอกชน และประชาชนได้ร่วมกัน ขยายงานพระราชดำริ จนปัจจุบันมีฟาร์มปลานิลมากกว่า3แสนแห่งทั่วประเทศ เกิดเป็นอาชีแก่ประชาชนมากกว่า1ล้านคน โดยจากสถิติของกรมประมง ซึ่งเก็บข้อมูลการเลี้ยงปลานิลตั้งแต่ปี2517 – 2558เกษตรกรได้รับประโยชน์ จากการขายปลานิลหน้าฟาร์มรวมกันไม่ต่ำกว่า1.01แสนล้านบาท และเมื่อนำไปผลิตเป็นเมนูอาหารต่างๆก็ยิ่งมีมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัว ซึ่งถ้าหากผลักดันให้มีการประกอบอาหารโดยใช้ปลานิลเป็นวัตถุดิบแทนการใช้ปลาที่นำเข้าจากต่างประเทศ และขยายผลไปสู่การบริโภคหลากหลายรูปแบบ จะเป็นการส่งเสริมรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลให้มากขึ้น
ด้านนายชัยเทพ ภัทรพรไพศาล เชฟและเจ้าของร้านอาหารลีคิทเช่นกล่าวว่าจากประสบการณ์ทำอาหารมานานหลาย10ปี ปลานิลเป็นปลาที่เนื้อปลามีลักษณะเหมาะสมกับการประกอบอาหารหลายอย่าง เป็นแหล่งโปรตีนที่มีราคาย่อมเยาและหาซื้อได้ง่าย ซึ่งลักษณะของเนื้อปลานิลนั้นสามารถนำมาแทนเนื้อปลาบางประเภท เช่น ปลาดอลลี่ เนื่องจากปลานิลมีเนื้อปลาที่แน่นมากกว่าปัจจุบันปลานิลในประเทศไทยได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ต่อเนื่องภายใต้ชื่อปลานิลสายพันธุ์จิตรลดา ปัจจุบันเป็นรุ่นที่4ที่ให้ผลผลิตขั้นต่ำไม่ต่ำกว่า40 – 45%และมีอัตราการรอดตายระหว่างเป็นลูกปลานิลเพิ่มขึ้นเป็น24 – 35%
"ปลานิลที่เหมาะกับการนำมาประกอบอาหารมีขนาดตัวไม่ใหญ่มากนัก น้ำหนักไม่เกิน1กิโลกรัม โดยหากคนที่ไม่ชอบกลิ่นคาว หรือกลิ่นดินที่เป็นลักษณะเฉพาะของปลานิลสามารถใช้ภูมิปัญหาชาวบ้านในการแก้ปัญหาคือ นำเนื้อปลาไปแช่เย็น ล้างในน้ำไหลผ่าน และใช้เกลือกับมะนาวมาบีบใส่เนื้อปลาเพื่อลดกลิ่นเฉพาะที่ติดตัวมากับตัวปลาได้"นายชัยเทพ กล่าว





