วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คำถามพ่วงประชามติ

เรื่อง"คำถามพ่วงประชามติ" อาจต้องรอฟังสัญญาณจากคสช. เป็นสำคัญว่าจะเอาอย่างไร

การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช. )ในวันนี้(10 มีนาคม ) จะมีการพิจารณาเกี่ยวกับ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ (ฉบับชั่วคราว)  พ.ศ. 2557  ที่คณะรัฐมนตรี ส่งมาให้ สนช.พิจารณาลงมติ ซึ่งประเด็นหลัก ก็อยู่ที่เรื่องการทำ “ประชามติ” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  

ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ(ฉบับชั่วคราว )จะมีเนื้อหาสำคัญอยู่ 3  ประเด็น คือ 1. ยกเลิกเกณฑ์การกำหนดให้จัดส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ครัวเรือนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80  เปลี่ยนเป็นว่า ให้ กกต. จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญและคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ เผยแพร่ให้ประชาชนทราบได้โดยสะดวกและเป็นการทั่วไป  2. เสียงในการผ่านประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ใช้คะแนนเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ 3.ในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ นอกจากให้ออกเสียงประชามติว่า จะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้ว  สภานิติบัญญััติแห่งชาติ (สนช. ) จะเสนอคำถามเพิ่มเติมว่า จะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ พร้อมไปในคราวเดียวกันด้วยก็ได้ 

สำหรับ หลักการ-เหตุผล ของการเปิดช่องให้ สนช.เท่านั้น สามารถตั้งคำถามพ่วงการทำประชามติ 1 คำถามได้ เพราะเป็น “สิทธิ์เดิม” ของ สนช.ตั้งแต่ในยุคที่สภาปฏิรูปประเทศ (สปช.) ยังเป็นผู้ชี้เป็น-ชี้ตายร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ 

อย่างไรก็ตาม  สำหรับ“คำถามพ่วง ”ในการทำประชามติ  ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการของ สนช. ว่าจะถามหรือไม่ถาม หรือ หากถาม จะถามว่าอะไร   

แต่เท่าที่กลุ่มย่อยสมาชิกสนช. พูดคุยกัน ก็ยังมีความเห็นต่าง  บ้างก็บอกว่า  คำถามของ สนช.  ควรที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและร่างรัฐธรรมนูญและทิศทางของบ้านเมืองต่อไปในภายภาคหน้า สามารถนำมาปรับแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่ประชาชนต้องการได้ แต่ก็มีความเห็นต่างว่า ควรตั้งคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน เพราะหากเป็นคำถามเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ อาจจะต้องมีการปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญในภายหลังให้สอดคล้องกับคำถามจนเกิดความวุ่นวาย ดังนั้นการให้ประชาชนลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียวจะดีกว่า  และ่คำถามพ่วงควรเป็นคำถามที่เป็นปัญหาของคนทั้งประเทศ ถามไปในแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากหลายปีที่ผ่านมา เช่น ควรจะสร้างเขื่อนหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมีปัญหาเรื่องนี้กัับประชาชนบ่อยครั้ง หรือว่า เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบที่จะมี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือ รัฐบาลแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การปรองดอง  

แต่ที่สุดโต่งไปเลยก็มี คือ เห็นว่า  สนช. ไม่ควรไปตั้ง “คำถามพ่วง” ในการทำประชามติิ เพราะยิ่งมีคำถาม ก็ยิ่งทำให้สังคมแตกแยก  โดยยกตัวอย่างจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่เปิดโอกาสให้ สนช.และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในขณะนั้นตั้งคำถามได้ละ 1 คำถาม ก็ทำเอาทะเลาะกัน 

“พรเพชร วิชิตชลชัย ”  ประธาน สนช. ได้เคยพูดถึงเรื่องนี้ ว่า  เรื่องคำถามประชามติ สนช. ยังไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ เพราะยังไม่ถึงเวลาต้องรอให้ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก่อน แต่ให้สมาชิกเตรียมตัวและนำไปหารือกันว่าสมควรตั้งคำถามหรือไม่  

หากฟังจากคำพูดของ “พรเพชร” ก็ชัดเจนว่า ในเรื่อง “คำถามพ่วง ” ของ สนช. จะได้ข้อสรุป ก็ตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ เสร็จเรียบร้อยแล้วซึ่งตาม“ไทม์ไลน์ ” ก็คือวันที่ 29 มีนาคม นี้ 

หรือว่า  ในเรื่อง “คำถามพ่วง” อาจต้องรอฟังสัญญาณจาก คสช. เป็นสำคัญว่าจะเอาอย่างไรก่อน ก็เป็นได้