วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่มเฟรนด์ ออฟ ริเวอร์ ค้านสร้าง'แลนด์มาร์ค เจ้าพระยา'

กลุ่มเฟรนด์ ออฟ ริเวอร์ เดินหน้าค้านสร้าง"แลนด์มาร์ค เจ้าพระยา" จับมือเครือข่ายร่วมต้านยื่นหนังสือถึง"กสม.-ประยุทธ์"

นายยศพล บุญสม ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มเฟรนด์ ออฟ ริเวอร์ กล่าวว่า ในวันนี้(9 มี.ค.) ได้ยื่นเอกสารรายละเอียดต่อโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ระยะทางรวม 14 กิโลเมตร ต่อนางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษย์แห่งชาติ(กสม.) ให้เห็นถึงเหตุผลการคัดค้าน อาทิ เป็นโครงการที่จัดทำอย่างเร่งด่วนโดยขาดการพิจารณาศึกษาอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านชลศาสตร์ ด้านประวัติศาสตร์ ด้านภูมิทัศน์ ด้านนิเวศน์วิทยา ด้านผังเมือง และด้านสถาปัตยกรรม รวมถึงระยะเวลาใช้เวลาดำเนินการศึกษาโครงการฯ เพียง 7 เดือน ที่ทำให้เกิดการท้วงติงจากหลายฝ่าย เพราะระยะเวลาเพียงเท่านี้ไม่สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีตามหลักวิชาการ รวมถึงขาดกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งที่แม่น้ำเจ้าพระยาถือว่าเป็นทางน้ำ อันเป็นสาธารณะสมบัติของประเทศ ซึ่งต้องใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ร่วมกันของชาติ ตามบทบัญญัติของประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304       

นายยศพล กล่าวต่อว่ายังมีเหตุผลของการคัดค้าน ในด้านชลศาสตร์และอุทกศาสตร์ จะทำให้ลำน้ำมีขนาดแคบลง 15-20 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้กระแสน้ำไหลเร็วขึ้นเพิ่มความ เสี่ยงต่อการกัดเซาะตลิ่งและน้ำยกตัวสูงขึ้นในฤดูน้ำหลาก ซึ่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 จะไม่อนุญาตให้ผู้ใดทำการก่อสร้างล่วงล้ำชายตลิ่งและทางน้ำในแม่น้ำลำคลองต่างๆ กับด้านระบบนิเวศน์เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียและเป็นที่สะสมขยะใต้ทางเดินริมน้ำส่งผลให้คุณภาพน้ำแย่ลง ขณะเดียวกันเป็นการทำลายการเชื่อมต่อระหว่างคนกับแม่น้ำ ชุมชนริมน้ำเกิดผลกระทบเรื่องความปลอดภัยและเพิ่มจุดเสี่ยงของปัญหาด้านอาชญากรรม และแหล่งมั่วสุม ซึ่งเป็นข้อกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งกระทบต่อวีถีชีวิตชุมชน ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในระยะทาง 14 กิโลเมตร เนื่องจากเป็นการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนและแม่น้ำ      

นายยศพล กล่าวอีกว่า ด้านผังเมือง พบว่ารูปแบบเดียวของโครงการไม่สอดคล้องกับความหลากหลายของการใช้ที่ดิน ไม่สอดคล้องกับโครง ข่ายคมนาคมและการเชื่อมต่อในพื้นที่ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ส่วนด้านภูมิทัศน์ เป็นการสร้างสิ่งแปลกปลอมในลำน้ำทำลายทัศนียภาพสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาและบดบัง สถาปัตยกรรมที่สำคัญ เช่น วัดและวังส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยที่มีภูมิทัศน์ของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเอกลักษณ์สำคัญ และยังถือเป็นการลดทอนคุณค่าที่แท้จริงของแม่น้ำ ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ สังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิต เป็นต้น

"เราได้ร่วมยื่นกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชนที่คัดค้านโครงการฯด้วยคือ สมาคมเรือไทย มูลนิธิโลกสีเขียว กลุ่มแบงคอค ไบซิเคิล กลุ่มบิ๊กทรีส์ ชุมชนบางลำพู ชุมชนบ้านปูน เป็นต้น นอกจากนี้ทางกลุ่มอยู่ระหว่างการรวบรวมเครือข่าย 25 ชุมชนที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านโครงการต่อสำนักนายกรัฐมนตรี โดยระบุชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในเร็วๆนี้ด้วย"นายยศพล กล่าว   

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยามีชื่อทางการว่า โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 14 กิโลเมตร ตั้งแต่สะพานปิ่นเกล้า-สะพานพระราม7 เป็นโครงการตามแนวคิดของพล.อ.ประยุทธ์ และได้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการโดยให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯเป็นประธาน ขณะที่หน่วยงานรับผิดชอบโครงการได้มอบหมายให้เป็นกทม. ซึ่งล่าสุดสำนักการโยธา กทม.ได้ลงนามในสัญญาจัดจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ให้เป็นที่ปรึกษาศึกษารูปแบบความเหมาะสมของโครงการ ออกแบบรายละเอียดโครงการ ศึกษาอีไอเอ ตลอดจนร่างทีโออาร์ที่จะสามารถนำไปจัดจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างโครงการฯได้ด้วย โดยใช้เวลาในการดำเนินการศึกษาทั้งสิ้น 7 เดือน จะแล้วเสร็จและ เริ่มต้นก่อสร้างในเดือน ต.ค.2459 ด้วยวงเงิน 120 ล้านบาท