เลขาฯกฤษฎีกาเผยส่งเจ้าหน้าที่ช่วยกกต. ร่างพ.ร.บ.ประชามติใหม่ใส่เพิ่ม ห้ามบิดเบือน ปลุกระดม คาด เสร็จ ใกล้เคียงการแก้รธน.ชั่วคราว
นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายคณะกรรมการกฤษฎีกาให้หารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อจัดทำร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยการออกเสียงประชามติ สำหรับใช้ในการทำประชามติร่างรัฐธรมนูญ ว่า กกต.เป็นผู้จัดทำ เมื่อเสร็จสิ้นก็จะถูกส่งเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนจะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ จากนั้นจะเสนอต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา แต่ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยกกต.ทำร่างกฎหมายนี้เพื่อความรวดเร็ว โดยยังไม่พบว่ามีประเด็นที่เป็นที่น่ากังวล เพราะเนื้อหาจะมีลักษณะเดียวกับพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2550 เพียงแต่ปีนี้มีการกำหนดการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญที่วิธีต่างออกไป และมีเพิ่มเติมกรณีการกระทำความผิดผ่านช่องทางการสื่อสารโดยวิธีอื่น ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่ต้องมีความชัดเจนก่อนหรือหลังร่างสุดท้ายของรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้แทบจะเสร็จแล้ว
เมื่อถามว่า มีการกำหนดลักษณะความผิดใดบ้าง ที่เข้าข่ายความผิดใช้ถ้อยคำที่บิดเบือน นายดิสทัต กล่าวว่า การกำหนดให้มีการรณรงค์มีอยู่แล้ว ก็ใส่เพิ่มเข้าไปหากมีการบิดเบือน ปลุกระดม โดยมีการกำหนดโทษไว้ ส่วนบทลงโทษเป็นอย่างไรนั้น ขอดูความชัดเจนก่อน เมื่อถามต่อว่า ร่างกฎหมายที่กกต.จัดทำในเบื้องต้นกำหนดโทษจำคุก 10 ปี ซึ่งถูกมองว่ารุนแรงเกินไป นายดิสทัต กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าเขาเอาบทลงโทษมาจาก พ.ร.บ.ประชามติฉบับเก่า แต่ถึงอย่างไรจะต้องมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้งเพื่อดูทั้งระบบ เพราะระยะเวลาจากฉบับปี 2550 จนถึงปัจจุบันผ่านมาหลายปีแล้ว ขณะเดียวกันก็มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับลักษณะความผิดหลายอย่างแล้ว จึงต้องไปเทียบกับกฎหมายเหล่านั้น อย่างไรก็ตามร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวต้องเสร็จในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันกับ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557เพราะต้องมีความชัดเจนก่อนจะเริ่มดำเนินการออกเสียงประชามติ





