วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รมว.กลาโหมเผยปราบมาเฟียไม่เลือกสี และดำเนินตากม.

"ประวิตร"เผยปราบมาเฟียไม่เลือกสี และดำเนินตากฎหมาย แจงปมทหารมีชื่อในแบล็คลิสต์ อาจเป็นเพราะลูกน้องไปทำความผิด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ว่า เรื่องนี้มีทั่วทุกจังหวัดและอำเภอ ซึ่งรายชื่อเหล่านี้ถูกส่งลงไปยังพื้นที่หมดแล้ว โดยแต่ละพื้นที่ก็ต้องนำไปดำเนินการต่อ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการไม่ว่าจะเป็นสีไหนฝ่ายไหนก็ตาม หรือใครที่เป็นข้าราชการฝ่ายทหาร พลเรือน ตำรวจก็ว่าไป อะไรที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน 16 ข้อฐานความผิดสำหรับผู้มีอิทธิพล เราก็ทำ ซึ่งแล้วแต่เรื่องจะมากจะน้อย หรือทำผิดกฎหมายทั้ง 16 ข้อเราก็ดำเนินการไปตามนั้น  

เมื่อถามถึงกรณีที่ปรากฏชื่อของพล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต หรือเสธ.ไอซ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทหารนอกราชการ ในรายชื่อผู้มีอิทธิพลนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาทำเรื่องอะไร หรือเขาผิดเรื่องอะไร ซึ่งอาจจะไม่ผิดหรือผิดนิดหน่อย หรือบางทีตัวเขาอาจจะไม่ได้ทำอะไร แต่เป็นลูกน้องของเขาที่เกี่ยวพันกับความผิด ส่วนการชี้แจง เดี๋ยวทุกหน่วยงานก็จะได้ทำ ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ที่เสียหายคือการมีอาวุธต่างๆไว้ในครอบครองโดยไม่มีทะเบียน  

พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า ในมาตรการในการดำเนินการก็คงไม่ถึงขั้นไปไล่ยิง แต่คงดำเนินการไปตามขั้นตอนให้ดีที่สุด เรียบร้อยที่สุด สามารถไว้ใจได้เลย เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนทราบหน้าที่ตัวเองอยู่แล้ว อีกทั้งขอยืนยันว่าไม่มีใครพยายามดำเนินการเพื่อถอดชื่อตัวเองออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล เนื่องจากมีคณะกรรมการตรวจสอบอยู่แล้ว อีกทั้งรายชื่อพวกนี้จะถูกส่งมาจากข้างล่าง ตรวจสอบจากข้างบน แล้วส่งลงไป

แจงจัดระเบียบรถตู้ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกระแสข่าวที่ คสช. เตรียมยกเลิกรถตู้วิ่งข้ามจังหวัดว่า เป็นเรื่องที่ คสช. ดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้เกิดความมีระเบียบ อะไรที่ทำให้ไม่เกิดความเรียบร้อยหรือเกิดความไม่ปลอดภัยก็ต้องทำ ทั้งนี้จะพยายามทำอะไรที่ไม่ส่งผลกระทบให้ประชาชนเดือดร้อน และเรื่องบางเรื่องที่อะลุ่มอะล่วยก็ได้ก็ว่ากันไป แต่ต้องมีการจัดระเบียบ เมื่อถามถึงว่าการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลกระทำต่อผู้ประกอบการจนต้องรวมตัวเรียกร้องต่อ คสช. หรือไม่ และจะมีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการอย่างไร ในกรณีที่มีการดำเนินการ โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการดำเนินการนั้น ก็ต้องมีการศึกษาข้อมูลในพื้นที่ ว่าผิดกฎหมายอย่างไร หรือวินตู้นี้มีมานานแค่ไหน โดยจะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นดูแลส่วนนี้ ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่รู้วันที่จะเริ่มดำเนินการ เพราะไม่ใช่คนกำหนด หากแต่เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่การดำเนินการจะทำเพื่อความเรียบร้อย และทำให้ประชาชนสบายใจ