"พล.อ.ธีรชัย" ประชุมทางไกล กำชับกกล.รส. 4 ทัพภาคปราบมาเฟีย สั่งเช็คกำลังพลในสังกัดทำตัวผู้มีอิทธิพล
เมื่อเวลา 13.00 น. พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ร่วมกับ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุม สำนักงานเลขาธิการ คสช. โดยมี พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ เลขาธิการ คสช.และ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) เป็นประธาน
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาล และ คสช. ที่ต้องการจะปราบปรามและแก้ปัญหาในเรื่องของกลุ่มผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง หลังจากที่ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสังคมไทยมานาน ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคง อีกทั้งเป็นปัญหาที่เกิดการร้องเรียนเข้ามามากถึงรัฐบาล และ คสช.ผ่านช่องทางต่างๆ ทำให้ในช่วงนี้จะเห็นเริ่มเห็นภาพการทำงานอย่างจริงจังต่อเรื่องนี้ โดย กกล.รส ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ในทุกๆ พื้นที่ทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น สำหรับล่าสุดในพื้นที่จังหวัดนครปฐมได้มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตามที่หน่วยในพื้นที่ได้มีการชี้แจงรายละเอียดให้สังคมได้ทราบไปล้ว เชื่อว่าในพื้นที่อื่นๆ คงจะเริ่มเห็นผลตามมาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงนี้ทางผู้บังคับบัญชายังคงมีติดตามการทำงานต่อเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อจะเสริมให้การแก้ปัญหาตามนโยบายเกิดผลดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ขณะที่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า พล.อ.ธีรชัย ได้ประชุมทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ VTC กับ กกล.รส.กองทัพภาค ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความสงบเรียบร้อยและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อจัดระเบียบสังคมและดูแลให้สุจริตชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างปกติ ไม่ถูกเอาเปรียบหรือถูกบังคับจากผู้ที่กระทำตนเป็นผู้ที่มีอิทธิพลหรือผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย และได้สั่งการให้ กกล.รส.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าดำเนินการต่อผู้มีอิทธิพลในทุกพื้นที่ตามนโยบายของ คสช. และรัฐบาล ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอย่างเข้มข้น ในขณะเดียวกันให้ตรวจสอบว่ามีข้าราชการในสังกัด ที่มีพฤติกรรมเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่ โดยให้หน่วยงานนั้นดำเนินการตามกฎหมายทันที
เมื่อถามว่า การจับกุมผู้มีอิทธิพล จ.นครปฐม เป็นผู้มีอิทธิพลกลุ่มเดิมๆหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ข้อมูล เจ้าหน้าที่ทำงานหลายปีที่แล้ว ตั้งแต่ คสช.มีนโยบาย ถือเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลในเรื่องการข่าว ประกอบกับการพิสูจย์ทราบตามองค์ประกองที่น่าเชื่อถือ นำไปสู่เป้าหมายและเข้าปฏิบัติการจับกุม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มีข้อมูลทางด้านการข่าวเป็นหลัก รวมถึงการแจ้งเบาะแสจากประชาชน หลังจากนั้นจะเป็นการรวบรวมองค์ประกอบ จนได้หลักฐานที่เพียงพอเข้าดำเนินการได้ เพื่อนำไปสู่ขั้นตอบกระบวนการยุติธรรมต่อไปว่า พฤติกรรมผู้มีอิทธิพล เข้าข่ายการทำผิดกฎหมายบ้านเมืองอะไร เช่น ยาเสพติด อาวุธสงคราม ความผิดระหว่างบุคคล ฉ้อโกง ขู่กรรมโชกทรัพย์ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ที่ กกล.รส.รับผิดชอบจะมีข้อมูล
เมื่อถามถึงกรณี ที่มีชื่อของ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต หรือ เสธ.ไอซ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก นายการุณ โหสกุล หรือเก่ง สส.เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือ ร.อ.มนัส อดีตทหาร อีกหนึ่งคนสนิทของ เสธ.ไอซ์ อยู่ในบัญชีผู้มีอิทธิพล จะดำเนินการอย่างไร พ.อ.วินธัย กล่าวว่า การทำงานของแต่ละหน่วยเริ่มจากข้อมูลพื้นฐานทางด้านการข่าว หรือการแจ้งแบะแส ซึ่งกรณีนี้ ทางเจ้าหน้าที่ต้องนำไปเข้าสู่กระบวนการก่อน กว่าจะยืนยันในขั้นต่อไปได้ ต้องมีองค์ประกอบอย่างอื่นสนับสนุนด้วย ส่วนข้อมูลที่หลุดออกมาเป็นแค่เพียงการกล่าวอ้างหรือไม่เน้น จะต้องดูข้อมูลจากหน่วยที่รับผิดชอบในพื้นที่ว่ามีข้อมูลทางด้านการข่าวมาจากแหล่งไหนบ้าง ซึ่งจะต้องมีการพิสูจย์ความน่าเชื่อถือด้วย บางครั้งอาจจะเป็นข้อมูลเดิม ข้อมูลใหม่ หรือ ข้อมูลที่บิดเบือน แต่ยืนยันข้อมูลทางด้านการข่าวทั้งหมด เจ้าหน้าที่จะรวบรวมเอาไว้ แต่จะดำเนินการอย่างไรนั้นต้องนำไปเข้าสู่กระบวนการอีกครั้ง
เมื่อถามว่า เสธไอซ์ ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลใช่หรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เป็นเพียงข้อมูลทางการข่าว ยังเชื่อว่าแต่ละหน่วยอาจมีข้อมูลที่ได้รับแตกต่างกันไป แต่ในส่วนของตนยังไม่มีข้อพิสูจย์ที่เป็นทางการ
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ เพราะในสังคมมีการพูดตลอดว่า พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนรู้เห็นทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งจะต้องเก็บมาเป็นข้อมูล และนำไปสู่กระบวนการพิสูจย์ทราบและการปฏิบัติ หากมีหลักฐานที่ชัดเจนจะมีมาตรการดำเนินการอย่างชัดเจนกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะในส่วนของกองทัพบก ทาง พล.อ.ธีรชัย ได้เน้นย้ำที่ประชุมทุกครั้งเรื่องพฤติกรรมของกำลังพล มีลักษณะเข้าข่าย มีข้อมูลหลักฐานที่พิสูจย์ได้ว่าเหี่ยวข้องมีส่วนพัวพันธ์จริงก็ต้องดำเนินการ
เมื่อถามว่า ในส่วนของผู้มีอิทธิพลทางการเมืองจะดำเนินการอย่างไร พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ยังไม่มีรายละเอียด เป็นการให้ข้อมูลในระดับบุคคล ทั้งนี้ภาพการปราบรามผู้มีอิทธิพล ถือเป็นการบังคับใช้กฎหมาย แต่รูปแบบและวิธีการปฏิบัติกับผู้มีอิทธิพลต้อง อาจแตกต่างออกไปบ้าง เนื่องจากข้อมูลและพยานบุคคลที่ได้มาจะแตกต่างกับคดีทั่วไป ดังนั้นจึงมีกรรมวิธีในการเข้าสู่ผู้ที่เข้าข่าย หากเป็นเรื่องที่กระทบความสงบเรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่ทหารในฐานะที่เป็นผู้ถือกฎหมาย จะมีกระบวนการในการปฏิบัติ แต่พฤติกรรมผู้มีอิทธิพลส่วนใหญ่จะเข้าข่ายกฎหมายปกติ




