"ไพโรจน์"อัดร่างรัฐธรรมนูญ"มีชัย" ไม่เห็นหัวประชาชน คิดว่ารัฐทำทุกอย่างได้ ด้าน"วิไลวรรณ"ระบุปฏิรูปเกิดขึ้นไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีจัดงานเสวนา"รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะปฏิรูปประเทศไทยได้จริงหรือ"ในเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญกับทิศทางและกลไกการขับเคลื่อนการปฏิรูป โดยนายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป (สชป.) และอดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมายกล่าวว่า การปฏิรูปการเมืองไม่เพียงพอ แต่ต้องปฏิรูปประเทศด้วย ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นั้นก็เน้นเรื่องการปราบทุจริต ซึ่งเป็นการลดเรื่องปฏิรูปทั้งหมด ให้เหลือเพียงเรื่องเดียว ซึ่งใช้กลไกองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ในการปราบปราม
โดยกรธ. คิดว่าเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ แต่กลายเป็นว่ากลไกเหล่านี้อาจจะกลายเป็นเครื่องมือกำจัดคู่ต่อสู้ทางการเมืองได้ ซึ่งเครื่องมือวิเศษในการปราบคอรัปชั่นที่ดี คือการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบต่างหาก กล่าวได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เห็นหัวประชาชน เพราะ กรธ. คิดว่ารัฐต่างหากที่สามารถจัดการทุกเรื่องได้ในประเทศนี้ จนกระทั่งนำไปสู่การกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ 20 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ดีการปฏิรูปจะมีความชอบธรรมก็ต่อเมื่อ ผ่านความเห็นชอบจากสภาที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน
นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า ข้อเสนอต่อการปฏิรูปก็คือ กลไกการปฏิรูปในอนาคต จะต้องมีความผูกพันธ์ต่อรัฐบาลในอนาคตอย่างชัดเจน จะต้องนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ขณะที่กรรมการปฏิรูปหรือสภาที่ทำหน้าที่นี้ หรืออะไรก็แล้วแต่ จะต้องมีการทำงานร่วมกับประชาชนอย่างใกล้ชิด และในเรื่องการปฏิรูปนั้น จะต้องมีระยะเวลากำหนดที่แน่นอน ในส่วนกลไกการทำงานปฏิรูปนั้น หากยังใช้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.), คณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชุดปัจจุบัน จะไม่นำไปสู่การปฏิรูป
เพราะสปท. สิ่งที่เสนอมานั้น มันเป็นไปไม่ได้ ส่วนเรื่องปฏิรูปในร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะต้องผูกพันกับสภาสมัยหน้า สร้างความชอบธรรมให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ ไม่ใช่ให้เรื่องปฏิรูปเป็นหน้าที่ของผู้ชนะที่ยึดอำนาจรัฐได้เท่านั้น ส่วนเนื้อหาการปฏิรูปก็ได้มีการศึกษาไว้แล้ว และอีกเรื่องที่ต้องทำให้ได้ คือการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ ที่ต้องมีการกระจายไปยังส่วนปกครองท้องถิ่น นี่คือหัวใจของการปฏิรูป ถ้าเราพัฒนาในถึงขั้นนี้ ได้ รากฐานของประชาธิปไตยในสังคมก็จะเกิด ซึ่งขณะนี้ตนไม่เห็นว่ากลไกในร่างรัฐธรรมนูฉบับนี้ นำไปสู่กลไกการปฏิรูปแต่อย่างใด
ด้านนางวิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีการออก พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ซึ่งทำให้กลุ่มประชาชนผู้ใช้แรงงานถูกจำกัดสิทธิในการชุมนุม ซึ่งส่วนใหญ่จะรวมตัวเพื่อเรื่องของปากท้อง ขณะเดียวกันร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ได้ลดสวัสดิการของประชาชนที่เคยได้ และจำกัดสิทธิของประชาชน รวมถึงการเสนอกฎหมายของภาคประชาชนก็ขาดหายไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวอยู่เสมอว่า ต้องการลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงกลับลดลง เมื่อเป็นเช่นนี้การปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อร่างรัฐธรรมนูญยังจำกัดสิทธิต่างๆ ทั้งนี้ข้อเสนอต่างๆที่ภาคประชาสังคมที่เสนอมาล้วนเป็นประโยชน์ แต่เราก็ไม่อาจรู้ได้ว่าข้อเสนอเหล่านั้นจะถูกนำไปพิจารณาประกอบการแก้ไขหรือไม่





