"พะจุณณ์"ยื่นร้องขอความเป็นธรรม ผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ตรวจสอบกรณีปอท.และสตช. ออกหมายเรียกและแจ้งข้อกล่าวหา แฉไลน์ซื้อขายตำแหน่งตำรวจ
พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป พร้อมทีมทนายความ นำโดย นิติธร ล้ำเหลือ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงร้องขอความเป็นธรรม ต่อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งความดำเนินคดี และ ปอท.ออกหมายเรียกในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จฯ ว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
โดยทนายความ นิติธร บอกว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีการระบุว่า มีการนำเสนอข้อความที่เป็นเท็จเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่ง โดยประเด็นดังกล่าวแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ พลเอก/ ซื้อขายตำแหน่ง/ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งข้อความทั้ง 3 แสดงให้เห็นว่า นายทหารยศพลเอก ยังไม่มีการระบุยืนยันตัวบุคคล และไม่มีข้อความปรากฎทำให้เข้าใจได้ว่ามีการซื้อขายตำแหน่งหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับพลเอก ซึ่งข้อเท็จจริงที่ปรากฎเป็นข่าวจึงยังไม่ปรากฎว่าเป็นผู้เสียหายโดยตรง แต่จากข้อกล่าวหาของตำรวจส่งผลกระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชน ดังนั้นจึงเห็นว่าก่อนที่พนักงานสอบสวนจะกล่าวหาจะต้องพิสูจน์ให้ได้ความก่อน ดังนั้นจึงมองว่าการตั้งข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นธรรม และต้องการให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ส่วนรายละเอียดต่างๆจะขอพูดในชั้นพิจารณาคดี
พล.ร.อ.พะจุณณ์ ระบุว่า กระบวนการหลังจากนี้ได้มอบให้ทีมทนายความดำเนินการว่าจะฟ้องกลับหรือไม่ และยืนยัน ไม่มีความขัดแย้งกับใครในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตนก็เคยดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปโครงสร้าง อำนาจหน้าที่และกระบวนการทำงานตำรวจ ดังนั้นจึงต้องการปฏิรูปตำรวจเพื่อให้ตำรวจมีศักดิ์ศรีขึ้น และเหตุที่มาร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อแสดงให้เห็นว่า หากไม่ได้รับความเป็นธรรมยังมีหน่วยงานที่จะตรวจสอบให้ความเป็นธรรมได้อยู่
"ยืนยันว่า วันที่ 10 มี.ค.นี้จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่ ปอท.แน่นอน พร้อมระบุอีกว่า ตั้งแต่มีเรื่องยังไม่ได้คุยกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง แม้จะสนิทสนมกันเหมือนพี่น้องก็ตาม"พ.ร.อ.พะจุณณ์ กล่าว
รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายธาวิน อินทร์จำนงค์ เป็นตัวแทนมารับหนังสือ พร้อมบอกว่า จะรับเรื่องไปตรวจสอบคำร้อง ดูรายละเอียด ประเด็นข้อกฎหมาย รวมถึงการเรียกเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ ซึ่งหากพบมีความผิดจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณา โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด





