วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนพ.ย้ำจุดยืนล่า 2 หมื่น ชื่อถอดผู้ตรวจฯ

สนพ.ย้ำจุดยืนล่า 2 หมื่นรายชื่อถอดผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีตั้งพระสังฆราช ยัน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่มีอำนาจ

ที่อาคารหอประชุมมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) วัดศรีสุดาราม กรุงเทพฯ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลบางขุนนนท์ และทหาร ประมาณ 20 นาย ได้มาดูแลความเรียบร้อย หลังจากสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.)ได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่าจะแถลงช่าว เวลา 10.00น.ถึงท่าทีการเคลื่อนไหว ภายหลังที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีคำวินิจฉัยมติ มส.ที่มีอาวุโสสูงสุด โดยสมณศักดิ์ เพื่อเสนอสถาปนาสังฆราช ผิดขั้นตอนตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดิน ชี้ว่าต้องเริ่มต้นที่นายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอรายนามสมเด็จพระราชาคณะ 

ต่อมาเวลา 10.20 น. พ.ต.อ.เมธี รักพันธ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ได้ เชิญ ผศ.ดร.เสถียร วิพรมหา นายกสมาคมวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา ผศ.ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ รองเลขาธิการ สนพ. และพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย และผู้ที่จะร่วมแถลงข่าว เพื่อกำหนดแนวทางการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยทางตำรวจ ได้แจ้งต่อพระเมธีธรรมาจารย์ อาจจะเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 และไม่ได้ขออนุญาตตำรวจก่อนแถลงข่าว อีกทั้งกังวลว่าจะมีผู้อื่นปะปนแฝงตัวเข้ามาในการแถลงข่าว อาจจะก่อความวุ่นวาย โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 30 นาที 

จากนั้นเวลา 10.40 น. พระเมธีธรรมาจารย์ ได้ออกมาแถลงข่าวเพียงสั้นๆ ว่า ขอยืนยันว่าศูนย์พิทักษ์ฯและองค์กรพุทธ ทำเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ไม่มีวาระ ไม่มีการเมือง และไม่มีอามิสสินจ้างแต่อย่างใด ไม่เคยคิดจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อบ้านเมือง ซึ่งการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาได้ยึดหลักการ 3 ข้อ คือ เคารพกฎหมายบ้านเมือง พระธรรมวินัย และจารีตประเพณี

ด้านพระครูปลัดกวีวัฒน์ กตปุญฺโญ รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ กล่าวว่า กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมติ มส. กรณีการเสนอสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ว่าผิดขั้นตอนนั้น ยืนยันว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจในการวินิจฉัยมติมส. เพราะ มส.ไม่ใช่หน่วยงานราชการ หากเป็นสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เนื่องจากเป็นหน่วยงานราชการ ซึ่งมีกรณีตัวอย่างหนังสือตอบกลับของผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2559 ซึ่งแจ้งถึง ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา จังหวัดพิจิตร กรณีร้องเรียนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยเกี่ยวกับการกระทำผิดของเจ้าอาวาส ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินได้ตอบกลับไปว่า ไม่มีอำนาจในการวินิจฉัยเรื่องของสงฆ์ ซึ่งศูนย์พิทักษ์ฯ มองว่า การวินิจฉัยกฎหมายมีหน่วยงานที่มีหน้าที่อยู่แล้วก็คือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 

พระครูปลัดกวีพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ศูนย์พิทักษ์ ฯ ได้ออกจดหมายเปิดผนึก ระบุว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจในการวินิจฉัยกฎหมาย และได้ชี้แจงรายละเอียดในเรื่องขั้นตอนตามกฎหมายการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช จำนวน 4 หน้า และช่วงท้ายของจดหมายเปิดผนึก ได้ระบุว่า ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ศูนย์พิทักษ์ฯและสนพ. เห็นว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีเจตนาวินิจฉัย ตีความกฎหมายผิดขัดต่อจารีตประเพณี ราชประเพณี และขัดต่อจริยธรรมต่อองค์กรอิสระอย่างร้ายแรง ก่อให้เกิดความแตกแยก ในหมู่คณะสงฆ์และสังคมไทยอย่างรุนแรง จึงมีมติ ร่วมกันดำเนินการดังต่อไปนี้ 1 รวบรวมรายชื่อพระสงฆ์ และคฤหัสถ์ 20,000 ชื่อ เพื่อถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดินต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) 2. ขอ นิมนต์และเรียนพุทธบริษัท ร่วมลงชื่อถอดถอนได้ ซึ่งผู้ประสานงานจะแจ้งให้ทราบถึงสถานที่ลงชื่อต่อไป 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการพูดคุยกับพระเมธีธรรมาจารย์และคณะ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา โดยไม่มีการใส่กุญแจมือพระสงฆ์ ฆราวาส และไม่มีการเชิญตัวปรับทัศนคติแต่อย่างใด