รมว.ยธ.ขีดเส้นให้ดีเอสไอ-ศุลกากร-ขนส่งทางบก ตรวจรถจดประกอบ7,123คัน ให้แล้วเสร็จภายใน10เดือน สิ้นปี59ต้องจบ
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามและเร่งรัดการดำเนินการกรณีขบวนการรถจดประกอบรวม7หน่วยงาน ประกอบด้วยดีเอสไอ กรมสรรสามิต กรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมการขนส่งทางบก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินการกับรถจดประกอบจำนวน7,123คัน
โดยเบื้องต้นจะส่งรถทั้งหมดไปให้กรมการขนส่งฯยืนยันจำนวนรถจดประกอบในรถระบบ7,123คันตรงกันหรือไม่ รวมถึงให้ตรวจสอบหมายเลขเครื่องยนต์และตัวถังของรถแต่ละคันเพื่อส่งกลับมาให้ดีเอสไอ จากนั้นข้อมูลจะส่งต่อไปให้กรมศุลกากรเพื่อตรวจสอบว่าเป็นรถจดประกอบถูกต้องหรือสงสัยว่าผิดกฎหมาย ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้จะทำให้เกิดความชัดเจนว่ารถคันใดถูกต้องตามกฎหมายบ้างเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ครอบครองและคัดแยกออกจากบัญชีให้เหลือเพียงรถกลุ่มต้องสงสัยว่าผิดกฎหมาย ซึ่งต้องไปพิจารณาอีกว่าผิดในส่วนใดบ้างหากพบว่า ผิดกฎหมายแน่นอนก็ต้องดำเนินการเรียกเก็บภาษีในส่วนที่ขาดและส่งให้ดีเอสไอดำเนินคดีอาญา
อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการตรวจสอบทั้งหมดต้องแล้วเสร็จภายใน10เดือนหรือสิ้นสุดในเดือนธ.ค.ปี59นี้ เนื่องจากแต่ละหน่วยงานได้ร่วมกันประเมินระยะเวลาที่เหมาะสมแล้วส่วนสาเหตุที่ทำให้การตรวจสอบก่อนหน้านี้ล่าช้า ตนไม่ขอพูดถึงขอให้หลังจากนี้ไปดำเนินการให้สังคมเกิดความเข้าใจให้มากที่สุดไม่ให้มีข้อสงสัยว่าเลือกปฏิบัติ
ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษ กล่าวว่า ในส่วนของรถยนต์ที่ไฟไหม้ที่ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นต้นเรื่องให้มีการตรวจสอบขบวนการรถจดประกอบนั้น ดีเอสไอได้แจ้งข้อหา5รายออกหมายจับผู้ต้องหาชาวมาเลเซียอีก2คนที่เป็นผู้นำเข้ารถซึ่งพบว่า มีการกระทำเป็นขบวนการคดีอยู่ระหว่างสรุปสำนวนสอบสวนการตรวจสอบรถส่วนใหญ่ต้องมีการขอความร่วมมือกับต่างประเทศในการยืนยันข้อมูลทำให้ต้องใช้ระยะเวลาเบื้องต้นดีเอสไอรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษแล้ว11คดี มีการส่งข้อมูลให้กรมศุลกากรตรวจสอบล็อตแรก399คัน ในจำนวนนี้มีการประเมินและเรียกเก็บภาษีในส่วนที่ขาดไปแล้ว8คันเป็นเงินกว่า3ล้านบาท ส่วนที่มองว่าการทำงานล่าช้าเป็นเพราะบางส่วนกรมศุลกากรก็ส่งกลับมาให้ดีเอสไอตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามการทำงานหลังจากนี้เชื่อว่าจะดำเนินการให้รวดเร็วยิ่งขึ้นเพราะมีการแบ่งงานที่รับผิดชอบตามชัดเจน
สำหรับแนวทางการตรวจสอบรถยนต์จดประกอบ ที่ประชุมกำหนดให้กรมการขนส่งฯกลับไปตรวจสอบข้อมูลรถจดประกอบ หลังมีการยกเลิกการจดประกอบไปแล้วขณะนี้มียอดรถจดประกอบที่จดทะเบียนแล้ว7,123คันใช่หรือไม่ พร้อมทำบัญชีหมายเลขเครื่องและเลขตัวถังก่อนส่งข้อมูลไปยังประเทศต้นทางหรือแหล่งผลิตให้ตรวจสอบรถยนต์เลขเครื่องและตัวถังในขั้นตอนนี้กำหนดให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน3เดือน หากเลขเครื่องยนต์และตัวถังตรงกันจะต้องนำมาประเมินภาษีเรียกเก็บอากรในส่วนที่ชำระไว้ไม่ครบถ้วนและให้ดีเอสไอดำเนินคดีอาญาฐานสำแดงเท็จให้แล้วเสร็จภายใน6เดือน หากเลขเครื่องยนต์และตัวถังไม่ตรงกันให้เชื่อว่าเป็นการนำเข้าแบบจดประกอบอย่างถูกต้อง แต่หากเลขเครื่องยนต์และตัวถังตรงกันต้องส่งข้อมูลกลับไปให้กรมศุลกากรตรวจสอบผู้นำเข้าตัวถังและเครื่องยนต์ว่า เป็นผู้ประกอบการรายเดียวกันหรือไม่เพื่อสืบสวนความเกี่ยวข้องของผู้นำเข้า
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี2553-2556มีการนำเข้ารถจดประกอบ7,123คัน แต่การตรวจสอบมีความล่าช้า ทำให้สังคมเกิดความสงสัยในการทำงานความโปร่งใสว่ามีการเลือกปฏิบัติ รมว.ยุติธรรมจึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จใน10เดือน โดยคดีที่พบลักษณะเป็นการนำเข้าเป็นขบวนการกรมศุลกากรต้องส่งข้อมูลที่พบทั้งหมดให้ดีเอสไอดำเนินคดี หากพบความผิดทางอาญาของเจ้าหน้าที่รัฐต้องดำเนินคดีอาญาและดำเนินการทางวินัยควบคู่กันด้วย นอกจากนี้ ยังขอให้กรมสรรพสามิตตรวสอบโรงงานที่มีใบอนุญาตประกอบรถแต่ไม่สามารถดำเนินการได้จริงเพื่อยกเลิกใบอนุญาตหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย





