วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้ทางกฎหมาย จะเขียนให้ 'ส.ว.' มีที่มาอย่างไรก็ได้

"เจษฎ์" คณบดีนิติฯม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุในทางกม.เขียนให้ "ส.ว." มีที่มาอย่างไรก็ได้ แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม

นายเจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงแนวคิดที่ให้มี ส.ว. มาจากการสรรหาทั้งหมดทำงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีว่า ในทางกฎหมายแล้ว หากไม่ได้คำนึงถึงหลักการว่าควรเป็นประชาธิปไตยมากน้อยแค่ไหน หรือไม่ว่าจะคำนึงเรื่องสถานการณ์อะไรก็ตาม จะบัญญัติอะไรก็ได้ เช่นให้ ส.ว. มาจากการสรรหาโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือให้ คสช. เป็นส่วนหนึ่งของ ส.ว. แบบสรรหา แต่ว่าก็ต้องดูว่าสมควรบัญญติเช่นนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องมาพิจารณา และพูดคุยร่วมกัน

เมื่อถามว่า ส.ว. ต้องมีความยึดโยงกับประชาชนอย่างที่ฝ่ายการเมืองได้ระบุหรือไม่ นายเจษฎ์ กล่าวว่า ความยึดโยงกับประชาชนนั้นมีหลายแบบ แต่ถ้าจะบอกว่าการยึดโยงกับประชาชนจะต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ก็เป็นมุมมองที่แคบไป ทั้งนี้โดยทั่วไปเรื่องนี้จะต้องมีการจัดวางให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมด้วย อย่างไรก็ดีหน้าที่ปกติของ ส.ว. ก็คือการถ่วงดุล ส.ส. ถ้าระบุให้ ส.ว. ระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปีแรกมาจากการสรรหาโดย คสช. ทั้งหมด ก็เท่ากับว่าตัวบุคคลได้รับการวางตัวไว้แล้ว โดยจะเป็นคนที่ คสช. ไว้วางใจ ซึ่งจะทำให้เสียกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ถ้ากรรมการสรรหากลับมีภาคประชาชนส่วนต่างๆมากพอ เข้ามามีส่วนร่วม ก็ยังพออธิบายกับสังคมได้ว่ามีความยึดโยงกับประชาชน อีกทั้งถ้าไปกำหนดหน้าที่ให้ ส.ว สรรหาในช่วง 5 ปีแรก มีอำนาจควบคุม ส.ส. ได้ก็จะยิ่งไปกันใหญ่ ทำให้ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งคงไม่ต้องพูดถึงหลักการยึดโยงกับประชาชนอีก เพราะหลักการถ่วงดุลเสียไปแล้ว

“ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ระบบที่เลือก ส.ว. ที่ กรธ. คิดมาก็ผ่านการวิเคราะห์มาพอสมควร ว่าสิ่งที่จะทำให้บ้านเมืองไทยเปลี่ยนผ่านไปได้ คือการให้ ส.ว. มาจากเลือกกันเองข้ามกลุ่ม ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำให้เสียเรื่อง จะไปบอกให้มี ส.ว. สรรหา ในช่วง 5 ปีแรก บ้านเมืองก็ไม่ไปไหนสักที” นายเจษฎ์กล่าว