"สุรินทร์" แนะรัฐทำยุทธศาสตร์ 20 ปี ปชช.ต้องมีส่วนร่วม จี้เร่งขยับ 3 เรื่อง เพื่อเข้าอาเซียน หวังสื่อสร้างความโปร่งใสในสังคม
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทยและอดีตเลขาธิการอาซียน กล่าวปาฐกถาในงานวันนักข่าว ที่โรงแรมรอรัลริเวอร์ เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง มีตอนหนึ่ง ว่า ประวัติศาสตร์ประเทศไทยตั้งแต่พ.ศ. 2475 ถึงทกวันนีั้มีการต่อสู้ของของสื่อมวลชนที่เป็นฐานันดรที่สี่ เป็นผู้ที่ทำหน้าที่สร้างสำนึกของสังคม มีอำนาจและมีพลังมากที่สุดในสังคม ที่ต่้องช่วยแสวงหาทางออกให้สังคม เพราะประชาธิปไตยที่ผ่านมาของไทยมาจากการปฏิวัติเพื่อจะสร้างประชาธิปไตยที่ต้องการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการปฏิวัติในครรั้งต่อไปอีก แต่ในรอบ 13-14 ปียังเต็มไปด้วยบความขัดแย้งบั่นทอนศักยภาพของประเทศ
นายสุรินทร์ กล่าวอีกว่า ขอให้คนไทยภูมิจใจในความเป็นไทยที่เราไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร ประเทศไทยมีของดีเยอะ คนไทยมีความสามรถ ดังนั้นเรายังมความหวัง แต่ตนยังมองว่าหลายสิ่ง 1.ต้องทุ่มเทกับการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เพราะทุกวันนี้สินค้าและผลิตภัณฑ์ต้องใช้ภูมิปัญญา วิทยายาศาสตร์และนวัตกรรม แต่ประเทศไทยยังยืมจมูกคนอื่นหายใจ ซึ่งประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน เขาลงทุนด้านนี้ 2.8% ของจีดีพี แต่เราลงทุนเพียง 0.28% เท่านั้น ดังนั้นจึงต้องลงทุนด้านนี้เพิ่มขึ้น 2.ต้องปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง เพราะ 10 กว่าปีที่ผ่านมายังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ยังสอนให้เด็กท่องจำ แค่สอบแล้วก็นำความรู้มาคืนครู เป็นการสอนแบบไทยไทย ดังนั้นต้องปฏิรูปอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เด็กคิด วิเคราะห์และแก้ปัญหาเป็น เพราะขณะนี้ทุกประเทศในอาเซียนกำลังสร้างเยาวชนของเขาให้รู้จักแข่งขัน ซึ่งเป็นการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น
3.ต้องเพิ่มขีดความสามารถในทางการค้า การผลิต เพราะจากนี้ทุกอย่างจะไม่มีการกีดกัน ทุกอย่างจะไหลมาเชื่อมกัน ดังนั้นเราไม่ควรพอใจ สะดวกใจกับสิ่งที่มีอยู่ เพราะถ้ายังอยู่แบบนี้ก็ไม่ต้องไปร่วมประชาคม
นายสุรินทร์ ยังกล่าวถึงการทำงานของตัวเองในฐานะเลขาธิการอาเซียนที่ผ่านมาว่า ตนอยู่ในตแหน่ง 5 ปี ทำงานกับนายกรัฐมนตรีของไทย 6 คน แต่บางคนยังต้องมานั่งบรีฟ (ทำความเข้าใจ) กับเรื่องอาเซียนใหม่หมด จนเคยมีการพูดผิด โดยอ่านคำว่า จี 20 เป็น จี 2,000 มาแล้ว และไม่ควรมีแล้วกับการที่ “มีวันนี้เพราะพี่ให้” เพราะไม่เช่นนั้นจะมีใครมานั่งตรงนี้ที่เหมาะสม
นายสุรินทร์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่ปัญหาคือแผนสำหรับอนาคตนี้ประชาชนต้องเป็นศูนย์รวม เพราะถ้านับจากวันนี้ไปอีก 20 ปี ก็จะถึงปี ค.ศ.2036 แต่ถามว่าประชาชนมีส่วนเป็นเจ้าของแผนนี้เท่าไร ดังนั้นต้องทำให้เขามีความเป็นเจ้าของ ต้องทำให้เกิดความขึ้นจริงและประชาชนคอยตรวจสอบการทำงานจริง อย่างไรก็ตามตนไม่ได้ห่วงโรดแมพและการเลือกตั้ง แต่ตนห่วงหลังโรดแมพ เพราะอะไรหลังจากนั้นจะแก้ปัญหาหลาย เรื่อง ทั้งปฏิรูประบบราชการ ตำรวจ ระบบการศึกษา กระบวนการยุติธรรม ซึ่งทุกเรื่องทุกประเด็นต้องพยายามรักษาความเป็นเลิศทุกเรื่องให้ได้
“ถ้าเราจะมุ่งไปสู่ความเป็นเลิศ ต้องไม่มีพรรคพวก ไม่เล่นเส้น เล่นสาย ต้องมีความโปร่งใส มีเป้าประโยชน์ของทุกคน ต้องตรงไปตรงมาถูกต้องตามหลักนิติธรรม และประชาชนทุกคนต้องรณรงค์ให้ได้ และสมาคมนักข่าวฯ และสื่อมวลชนต้องช่วยสร้างความโปร่งใสให้กับสังคม เพราะลูกหลานเราจะหันมองมาแล้วขอบคุณคุณสื่อในการสร้างความถูกต้องความโปร่งใสให้สังคม อย่าให้เขาหันมามองแล้วเห็นว่าประเทศไทยไม่ไปไหน ยังสอบตกในหลายเรื่องในสหประชาชาติ ดังนั้นฐานันดรสี่ต้องช่วยกันสร้างประวิตรศาสตร์ พลังปลายปากกายิ่งใหญ่กว่าพลังใดใด”นายสุรินทร์ กล่าว




