“โคทม” วอน “กรธ.” ร่างรธน.โดยฟังเสียงปชช. มากกว่าผู้มีอำนาจ ชี้กลไกสืบทอดอำนาจในร่างรธน. จุดเสี่ยงไม่ผ่านประชามติ
นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรองข่าววันเสาร์ ทางวิทยุเอฟเอ็ม 102 โดยทีมข่าวสำนักข่าวเนชั่น เพื่อเรียกร้องต่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ให้พิจารณาการเขียนบทบัญญัติว่าด้วยที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้เป็นไปตามการรับฟังเสียงของประชาชนมากกว่าการรับฟังจากเสียงของผู้มีอำนาจ โดยจากการลงพื้นที่เพื่อรับฟังความเห็นของประชาชน ส่วนใหญ่ต้องการให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งจากจังหวัดต่างๆ ส่วนตัวมองว่าหากกรธ. เขียนรัฐธรรมนูญโดยตามใจผู้มีอำนาจมากเกินไป และมีกลไกของการสืบทอดอำนาจอาจส่งผลต่อการไม่ยอมรับร่างรัฐธรรรมนูญในช่วงการทำประชามติได้ และแม้ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติ เชื่อว่าประชาชนจะออกมาคัดค้านในที่สุด ต้องถาม กรธ. ว่าจะฟังเสียงประชาชนหรือเสียงผู้มีอำนาจ
“ประเด็นที่มองไปไกลกว่านี้ คือ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะทำอย่างไร ผมมองว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญ ที่อยู่ในช่วง คสช. จัดทำทั้ง 2 ฉบับไม่ผ่านความเห็นชอบแล้ว หรือได้รับการปฏิเสธมาถึง 2 ครั้ง คสช.ควรที่จะนำรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 หรือรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ก็ได้มาปรับใช้โดยในบทท้ายให้เขียนเติมไปว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญให้จัดทำโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด และเสริมในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นที่ยอมรับ” นายโคทม กล่าว
นายโคทม กล่าวขณะที่การรณรงค์ให้ข้อมูลก่อนการออกเสียงประชามติ ที่ล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมออกระเบียบเพื่อมาดำเนินการนั้น ขอให้เปิดให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมของการจัดเวทีเพื่อให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างอิสระ โดยไม่จำกัดว่าต้องแสดงความเห็นผ่านเวทีของกกต. เท่านั้น เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่าหาก กกต.จัดเวทีให้ผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้ง จะพบว่าไม่มีผู้ใดมาฟังนโยบายและผู้สมัครรายนั้นจะไม่ยอมร่วมเวที ขณะที่ประเด็นการมีเสรีภาพต่อการแสดงความเห็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ที่อาจถูกจำกัดเพราะถูกมองว่านำเสนอเนื้อหาบิดเบือนนั้น ตนมองว่าเป็นเพียงวาทะกรรมเท่านั้น เพราะอย่าลืมว่าต่อให้เป็นเวทีของฝ่ายสนับสนุน หรือฝ่ายคัดค้าน ก็สามารถบิดเบือนได้เท่ากัน อย่างไรก็ตามตนยังเชื่อว่าเมื่อประชาชนได้เห็นและพิจารณาเนื้อหาแล้วต่อให้ผู้ใดบิดเบือนข้อมูลเขาจะไม่เชื่ออย่างแน่นอน




