“หมออุดม” เห็นด้วยเปิดข้อสอบ แต่ควรเปิดเท่าที่จำเป็น แจงโจทย์ รมว.ศึกษา ให้ลดภาระการเข้ามหา'ลัยเหลือรอบเดียวทำได้ยาก ใช้เวลานาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สนามสอบโรงเรียนสารวิทยานพ.ธีระเกียรติเจริญเศรษฐศิลป์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)พร้อมด้วยรศ.ดร.สัมพันธ์พันธุ์พฤกษ์ผู้อำนวยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแก่งชาติ (สทศ.) และศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล(มม.)ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเดินทางตรวจเยี่ยมการจัดการทดสอบความถนัดทั่วไปหรือแกทและความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการหรือแพทครั้งที่2/2559พร้อมกันทั่วประเทศใน 19 ศูนย์สอบ ระหว่างวันที่5-8มี.ค.2559
สำหรับผู้มีสิทธิ์สอบครั้งนี้ จำนวน 158,864 คน แบ่งเป็น ความถนัดทั่วไป หรือ แกท 154,031 คน แพท1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ 116,118 คน แพท2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ 95,442 คน แพท3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ 30,230 คน แพท4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรม 7,492 คน แพท5 ความถนัดทางวิชาชีพครู 62,965 คน แพท6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ 7,357 คน แพท7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส 7,097 คน แพท7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน 3,128 คน แพท7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น 4,846 คน แพท7.4 ความถนัดทางภาษาจีน 8,286 คน แพท7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ 443 คน และแพท7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี 5,168 คน ทั้งนี้ สทศ.จะประกาศผลสอบวันที่ 12 เม.ย.2559
โดย นพ.ธีระเกียรติ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยม ว่า การสอบแกท/แพทครั้งที่2/2559จำนวนผู้เข้าสอบมีเพียงกว่า1แสนคนน้อยกว่าครั้งที่1/2559ซึ่งมีผู้เข้าสอบมากกว่า4แสนคนทั้งนี้กระบวนการจัดสอบของสทศ.ถือว่าดีแล้วเป็นไปด้วยความเรียบร้อยแต่ที่ยังน่าเป็นห่วงคือเรื่องข้อสอบซึ่งที่ผ่านมาได้รับการประสานว่ามีนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งแจ้งว่าจะเข้ามาพบร้องเรียนเกี่ยวกับการเฉลยข้อสอบของสทศ.มีความผิดพลาดแต่ยังไม่ได้พบกันจึงไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัดว่าเป็นการเฉลยการสอบใด ส่วนตัวเห็นว่าการมีเสียงทักท้วงเป็นเรื่องดีที่ เพราะสทศ.ได้มีโอกาสชี้แจงให้เด็กเข้าใจซึ่งได้ย้ำว่าเวลานี้เด็กใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น หาก สทศ.ชี้แจงก็ควรใช้ช่องทางเดียวกันในการสื่อสารทั้งนี้นโยบายของรัฐบาลต้องการที่จะให้กระบวนการจัดสอบไม่มีปัญหาและต้องการให้เปิดเผยสเปกข้อสอบ ล่วงหน้าด้วย
ด้าน รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวว่า สทศ.พร้อมที่จะเปิดข้อสอบ แต่ทั้งนี้จะต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่คณะกรรมการบริหารสทศ.พิจารณาก่อนซึ่งจะมีการประชุมในเดือนมี.ค.นี้ และหลังจากประชุมแล้วคณะกรรมการฯมีมติให้เปิดข้อสอบได้ สทศ.ก็จะดำเนินการ แต่ก็จะต้องหารือกับผู้ออกข้อสอบด้วยว่าจะสามารถเปิดข้อสอบได้มากน้อยแค่ไหน
ขณะที่ ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะให้มีการเปิดข้อสอบแต่จะมากน้อยแค่ไหนนั้นต้องมาดูข้อดีข้อเสียก่อน ซึ่งส่วนตัวแล้วเห็นว่าไม่ควรเปิดทั้งหมดอาจจะเปิดเฉพาะบางกรณีที่ร้องเรียน หรือบางวิชาที่จำเป็นเช่นวิชาสังคมศึกษาเพื่อเปิดประสบการณ์ในการเรียนการสอนให้เด็ก เป็นต้น อย่างไรก็ตามที่ผ่านพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบโจทย์ให้ทปอ.ไปคิดว่าการจัดสอบต่างๆ นักเรียนและผู้ปกครองเป็นห่วงว่ามีการสอบมากเกินไป ทำให้เป็นภาระ ดังนั้น จะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะลดการสอบลงเหลือเพียงครั้งเดียวและใช้คะแนนเข้าสู่มหาวิทยาลัยได้เลยซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากและต้องใช้ระยะเวลานานหลายปีในการแก้ไขปัญหา แนวคิดในเบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดสอบ ตนเห็นว่าน่าจะใช้ข้อสอบเพียงชุดเดียวในการคัดเลือกเด็กโดยอาจจะแบ่งเป็น 70% วัดความรู้พื้นฐานของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายว่ามีมากน้อยแค่ไหน ส่วนที่เหลือ 30% สอบเพื่อคัดแยกเด็กตามความถนัดแต่ละสาขาวิชาตามที่คณะ/สาขาวิชาต้องการ ซึ่งตรงนี้อาจต้องให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยทั้งหมดนี้ต้องคำนึงถึงเรื่องความต้องการคณะ/สาขาต่างๆ ขณะเดียวกันต้องสามารถวัดความสามารถของเด็กได้ด้วย เพื่อที่ว่าเด็กจะสามารถเรียนในมหาวิทยาลัยจนจบการศึกษาได้
“เรื่องของการออกข้อสอบมีวิวัฒนาการมาโดยตลอดและปรับมาเรื่อยๆหลักการคือเราต้องการให้โอกาสทุกคนและโอกาสนั้นก็เหมาะกับความสามารถของเด็กและความต้องการของมหาวิทยาลัยไม่ใช่รับเด็กที่ไม่มีแม้แต่แรงจูงใจและความถนัดในสาขาที่จะเข้าเรียนเพราะฉะนั้นข้อสอบคัดคนเข้ามหาวิทยาลัยจะต้องสามารถจำแนกเด็กเก่งและมีความสามารถในแต่ละสาขานั้นๆได้”ศ.คลินิกนพ.อุดมกล่าว
นายราชวัตร สว่างรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสารวิทยา กล่าวว่า ตลอด 4 วันของการสอบแกทแพทครั้งที่ 2/2559 ที่สนามสอบโรงเรียนสารวิทยามีผู้มีสิทธิ์สอบทั้งสิ้น 8,917 คน โดยวันที่ 5 มี.ค.ผู้มีสิทธิ์สอบมากที่สุด 1,860 คน มีการสอบใน2วิชาโดยช่วงเช้าเวลา08.30-11.30น.สอบแกท ความถนัดทั่วไปและช่วงบ่ายเวลา 13.00-16.00 น. สอบแพท1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์




