วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หัวหน้าคสช.ถก แม่น้ำ 5สาย ขันน๊อตร่างรธน.ผ่านประชามติ

หัวหน้าคสช.ถก แม่น้ำ 5สาย ขันน๊อตร่าง รธน. ผ่านประชามติ ขณะที่"ธีรชัย"เข้มดูแลสถานการณ์ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ สั่งเช็คความเคลื่อนไหว

แหล่งข่าวจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กล่าวถึง กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เตรียมเรียกประชุมแม่น้ำ 5 สาย ประกอบด้วย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า เป็นการติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการทำงานของแม่น้ำแต่ละสายในช่วงเวลาที่เหลืออยู่กว่าปีเศษเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าตามโรดแม็ปที่ได้วางไว้ ตามที่หัวหน้า คสช.ได้ให้นโยบายการทำงานไว้ในการประชุมแม่น้ำ 5 สายครั้งที่แล้ว  

แหล่งข่าว คสช.ระบุอีกว่า สำหรับวาระในการประชุม หัวหน้า คสช.จะเน้นย้ำเรื่องการทำงานของแม่น้ำทั้ง 5 สาย แต่หลักๆน่าจะเป็นในส่วนของ กรธ.ที่จะต้องนำข้อเสนอของทุกกลุ่มมาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ในการสานต่องานปฏิรูปประเทศ ส่วนจะมีการหารือในประเด็นแนวคิดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เสนอให้มีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มาจากการสรรหาทั้งหมดทำงาน 5 ปีช่วงเปลี่ยนผ่านหรือไม่นั้น ถือเป็นการหารือในทุกๆเรื่อง ทุกประเด็น ที่มองว่าจะมีผลต่อการปฏิรูปประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ กรธ.ที่จะต้องพิจารณา เพราะไม่เพียงแต่ข้อเสนอของ พล.อ.ประวิตร เท่านั้น ยังมีข้อเสนอหลายฝ่ายที่จะต้องนำไปพิจารณาปรับแก้ เพื่อให้ได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สมบูรณ์และมีความเป็นสากล เหมาะกับประเทศไทยมากที่สุด เพราะ หัวหน้า คสช.พูดชัดเจนอยากให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับบนี้ผ่านประชามติ  

แหล่งข่าว คสช. กล่าวอีกว่า นอกจากในส่วนของงานฝ่ายความมั่นคง ที่จะต้องดูแลสถานการณ์ต่อจากนี้ให้มีความสงบเรียบร้อย โดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบกและเลขาธิการ คสช.ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)ได้วางแนวทางการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการบริหารงานของรัฐบาลและคสช.ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อไว้ 2 ห้วงคือ 1.ควบคุมสถานการณ์ในขณะนี้จนไปถึงการลงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญในช่วงเดือนกรกฎาคม จะต้องมีความเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นของแกนนำอดีตนักการเมือง กลุ่มการเมือง ที่จะต้องอยู่ในกรอบ ไม่บิดเบือนข้อมูล สร้างความสับสนให้สังคม ตลอดจนถึงการชี้นำประชาชนให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ แบ่งการทำงานเป็น 2 ส่วน คือ เจ้าหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหวการแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ค และการติดตามความเคลื่อนไหวของแกนนำในการลงพื้นที่ที่มีนัยยะการเมืองแอบแฝงผ่านการทำกิจกรรมต่างๆในพื้นที่ฐานเสียงของตัวเอง  

แหล่งข่าว คสช.กล่าวอีกว่า 2.ดูแลสถานการณ์หลังมีการประกาศผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยมองว่า ไม่ว่าผลการลงประชามติจะออกมาในแนวทางใด รัฐบาลและ คสช.ก็จะถูกโจมตี ดิสเครดิส จากกลุ่มอดีตนักการเมือง กลุ่มเดิมๆ ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนถึงการก่อความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งขณะนี้ คสช.เอง ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของ กลุ่มคนที่กระทำความผิดทางการเมืองในช่วงก่อนมี คสช.ที่หลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน