ผบ.ตร.ระบุภาคกลางพบผู้มีอิทธิพลตำรวจ-ทหาร-นักการเมืองท้องถิ่น เกี่ยวข้อง เดินหน้าปราบผู้มีอิทธิพลดีเดย์5มี.ค.มั่นใจได้ผล
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมปราบปรามผู้มีอิทธิพลว่า จากรายงานพบผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศประมาณ 6,000 รายมีทั้งบุคคลทั่วไป ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น และข้าราชการทหาร ตำรวจ 16 ฐานความผิด แต่ที่ประชาชนต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งกวาดล้าง 8 กลุ่มหลัก มากที่สุดคือ เรื่องยาเสพติด ที่เหลือเป็นเรื่องการฮั้วประมูล เงินกู้นอกระบบ ฯลฯ
ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ปัญหายาเสพติดมีการระดมกวาดล้างมาตลอด มีผลเป็นที่น่าพอใจลดลงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ที่ผ่านมาเป็นการจู่โจมตรวจค้นทั่วประเทศไม่ได้มุ่งเป้าเจาะจงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ส่วนกลุ่มผู้มีอิทธิพลพบมากที่สุดภาคกลาง ทั้งนี้ในส่วนของกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่มีข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น และไม่เกิน 15-20 วันนี้ จะต้องเห็นผล ในส่วนของการตั้งเป้าหลังการกวาดล้าง ปราบปรามนั้น ทางพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ประเมิน
“อย่างไรก็ตามในส่วนของหมายจับนั้น ตนไม่สามารถระบุได้ว่ามีกี่หมายจับ เพราะผู้บัญชาการแต่ละภาคจะไปดำเนินการเอง โดยจะมีการกระจายไปทั้งประเทศ นอกจากนี้ทางตำรวจจะรวบรวมข้อมูลไว้ เพื่อเฝ้าระวัง รวมทั้งมอนิเตอร์พฤติกรรมของกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านั้นไว้ ว่ามีการติดต่อ หรือคบค้าสมาคมกับใครบ้าง เพื่อป้องกันเหตุ ยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินคดีกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องและพบความเชื่อมโยงในการกระทำความผิดที่ชัดเจนจริงๆ เพื่อป้องกันการฆ่าตัดตอน อย่างไรก็ดีเชื่อว่าภายใน 2 เดือนนี้ หลังการปฏิบัติการกวาดล้างและปราบปรามจะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลลดลง 60-70 เปอร์เซ็นต์ และไม่ได้หนักใจ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีข้อมูลครบทุกด้าน ส่วนกรณีที่มีการหลอกต้มตุ๋นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้น ก็มีมาตรการดำเนินการมาตลอดอยู่แล้ว”ผบ.ตร. กล่าว
เดินหน้าปราบผู้มีอิทธิพลดีเดย์5มี.ค.มั่นใจได้ผล
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ่กล่าวว่า เป็นการเตรียมความพร้อมด้านการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ตามคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เลขที่ 324/2558 ลงวันที่ 29 ต.ค.58 ให้ตั้งคณะกรรมการเรื่องการบูรณาการปราบปรามผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน และมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นคณะกรรมการ ซึ่งเป็นนโยบายของภาครัฐให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติสุข ไม่มีกลุ่มผู้มีอิทธิเข้ามาห่มเหงรังแกรวมถึงจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้างเก่าทั้งใน 16 ฐานความผิดที่คณะกรรมการได้ตั้งไว้ โดยเริ่มปฏิบัติการจริงวันที่ 5 มี.ค. 77 จังหวัดทั่วประเทศ สนธิกำลังร่วม 3 ฝ่ายทั้งปกครอง ตำรวจ ทหาร ซึ่งฝ่ายความมั่นคงแต่ละหน่วยจะรวบรวมข้อมูลส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบคัดกรองอีกชั้นหนึ่ง
"หวังว่า กลุ่มผู้มีอิทธิพลในอดีตที่เป็นข้าราชการตำรวจ ทหาร ที่มีชื่อในบัญชีต่างจังหวัด จากนี้ไปจะไม่มี เพราะปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่น่าจะมีการช่วยเหลือกัน ผมมั่นใจ หลังจากปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิครั้งนี้ผ่านไป สังคมจะดีขึ้น พี่น้องประชาชนจะปกติสุข รอรอดูการเปลี่ยนแปลงได้เลย ส่วนใน กทม.มีพื้นที่สีแดงต้องจัดการด่วนคือ ปราบปรามบ่อนการพนันของกลุ่มผู้มีอิทธิพล ยืนยันจะต้องไม่มีบ่อนพนันที่เปิดอย่างเสรีแน่นอน"ผบ.ตร. กล่าว





