วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับทัศนคติ10ชั่วโมง คสช.-'วัฒนา' คุยอะไรกัน

ปฏิบัติการของหน่วยเฉพาะกิจ ติดตามและการควบคุมตัว"วัฒนา เมืองสุข" ทหารขอความร่วมมือเรื่องการแสดงความคิดเห็น ที่นำไปสู่การยั่วยุ ปลุกปั่น

ปฏิบัติการของหน่วยเฉพาะกิจ ติดตามและการควบคุมตัว นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เริ่มขึ้น ตั้งแต่เช้าตรู่ของวันที่ 2 มี.ค. 2559 หลังโพสต์เฟซบุ๊ค พาดพิง "บิ๊กป้อม"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากากระทรวงกลาโหม ที่ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นทหารติดตามไปถ่ายรูปของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมถึงการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.)

โดยปฏิบัติการหิ้วตัว นายวัฒนา ออกมาจากบ้านพักเลขที่ 318 ม.บ้านปิ่นเกล้า ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม.ของทหารจำนวนหนึ่งเพื่อมาปรับทัศนคติ ที่กองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่11 เป็นไปด้วยความไม่เรียบร้อย เพราะนายวัฒนา เล่นแง่ ด้วยการนัดนักข่าวให้มาพบที่บ้านพัก จุดมุ่งหมายหวังประโคมข่าว และให้เห็นภาพตนถูกทหารควบคุมตัว แต่กองทัพนักข่าวก็ถูกทหารสกัดไว้ตั้งแต่ปากทางเข้าหมู่ปิ่นเกล้า

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายวัฒนา ได้ออกจากห้องพัก ลงมาพบปะทหารชุดเฉพาะกิจดังกล่าว และหัวหน้าชุดเฉพาะกิจได้แสดงตัวพร้อมเชิญ นายวัฒนา ไปปรับความเข้าใจถึงท่าทีการแสดงความคิดเห็นที่มีการบิดเบือนข้อมูล โดยมีรถจิ๊ปทหารนำตัวนายวัฒนาไปถึง กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ในเวลา 11.30 น. โดยมีเจ้าหน้าที่มายืนรอรับตัวนำเข้าไปภายในกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

โดยกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่11 มีการรับรองนายวัฒนาเป็นอย่างดี มีการเสิร์ฟอาหารเที่ยง ของว่าง ชา กาแฟ ก่อนการพูดคุยแบบตัวต่อตัวจะเริ่มขึ้น ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย ผู้บังคับกองพัน นายทหารพระธรรมนูญ ฝ่ายกฎหมาย คสช.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการพูดคุยดังกล่าวไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แม้แต่การข่มขู่คุกคาม

ในขณะที่ นายวัฒนา มีสีหน้าเรียบเฉย เป็นมิตรกับเจ้าหน้าที่ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และทางเจ้าหน้าที่เองก็เห็นว่านายวัฒนาเป็นผู้ใหญ่ ต่างฝ่ายต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยฝ่ายทหารขอความร่วมมือเรื่องการแสดงความคิดเห็น ที่นำไปสู่การยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม หรือการให้ข้อมูลในลักษณะที่บิดเบือนต่อสังคม จนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อการทำงานของรัฐบาล และ คสช.ที่ตั้งใจเข้ามาบริหารประเทศ

"เจ้าหน้าที่ พยายามขอร้องให้นายวัฒนา เพล่าๆกับการแสดงความคิดเห็นที่ค่อนข้างไปคนละทิศ คนละทางกับรัฐบาลและ คสช. ซึ่งนายวัฒนาให้ข้อคิดเห็นกับทางเจ้าหน้าที่เช่นกัน บางส่วนก็ตรงและไม่ตรง และยอมรับว่าบางช่วงมีการแสดงความคิดเห็นต้องไม่ตรงกัน โดยเจ้าหน้าที่พยายามให้นายวัฒนาเข้าใจบทบาท ภารกิจ ซึ่งนายวัฒนาเองได้มีการเสนอว่าการทำงานที่ผ่านของรัฐบาลและ คสช.ไม่เห็นด้วยบางสิ่ง ทั้งเรื่องการการคุกคาม การจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งการพูดคุยเน้นหนักในเรื่องการทำความเข้าใจ เพื่อให้เกิดความคิดไปในแนวทางเดียวกัน"

กว่าหลายชั่วโมงเมื่อเจ้าหน้าที่ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายวัฒนา ตกลงกันแล้วเสร็จสิ้น 3 ทุ่มครึ่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกฎหมาย คสช.นำตัวนายวัฒนาไป สน.นางเลิ้ง เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการแจ้งข้อหากับนายวัฒนา ผิด พรบ.คอมพิวเตอร์

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รับนายวัฒนาเดินทางไปส่งตัวที่บ้านพัก โดยก่อนจากลา นายวัฒนาได้พูดกับทางเจ้าหน้าที่ทหารและขอบคุณว่าไม่ได้โกรธน้องและเข้าใจถึงบทบาทที่ต้องทำงานตามหน้าที่ ก็ไม่ได้ว่าอะไร

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวนายวัฒนา ทางเฟชบุ๊ค หลังออกมาโพสซ้ำในเช้าตรู่วันที่ 3 มี.ค. โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายติดตามโซเลียลมีเดีย คสช.มองว่า การโพสนายวัฒนาครั้งนี้ ค่อนข้างเบาลงเมื่อเทียบกับการแสดงความคิดเห็นครั้งก่อน ถือว่าการทำความเข้าใจครั้งนี้ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ซึ่งการทำงานครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนพูดคุย 50-50 คือการทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน แม้ข้อคิดเห็นบางส่วนจะมีตรงและไม่ตรงกันก็ตาม

เจ้าหน้าที่ คสช.ยอมรับว่า มีการจับตากับกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะการจัดทีมแสกนข้อมูลข่าวสารจากกลุ่มต่างๆ มีเจ้าหน้าที่ติดตาม ทั้งสื่อมวลชน นักการเมือง นักวิชาการ กลุ่มแสดงออกทางการเมือง ที่ให้ข้อมูลบิดเบือน จะเรียกมาตักเตือน โดยเฉพาะเรื่องการยั่วยุ ปลุกปั่น ทำให้เกิดขัดแย้ง หากอยู่ในกรอบก็ไม่มีปัญหา เพราะรัฐบาลและ คสช.ไ ม่อยากให้เกิดความสับสน หรือเข้าใจผิดต่อการเดินหน้าปฏิรูปประเทศของรัฐบาลและ คสช.

"คสช. แค่เพียงการเชิญกลุ่มบุคคลที่กระทำการบิดเบือนมาปรับความเข้าใจเท่านั้น ไม่ได้มีกระบวนการอื่นเข้ามาดำเนินการ แม้ว่ารัฐบาลและ คสช.มีอำนาจในการดำเนินการได้ก็ตาม ซึ่งเรามีกองกำลังรักษาความสงบ ดูแลความเรียบร้อยของประเทศอยู่แล้ว หากกลุ่มใดทำให้เกดิความวุ่นวายหรือขัดแย้งขึ้นมาอีก คสช.ต้องเชิญตัวมา"เจ้าหน้าที่ คสช. ระบุ