วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิษณุ'เผยก.พ.ร.ส่งชื่อกรรมการมาให้ รอนายกฯคัดเลือก

"วิษณุ"แจงภารกิจคกก.พัฒนาองค์มหาชน เผยก.พ.ร.ส่งชื่อกรรมการมาให้เลือก 14-15 คน ต้องรอ"ประยุทธ์"”คัดเหลือ 7 คน คาดเริ่มทำงานทันทีมี.ค.นี้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาควบคุมการบริหารงานขององค์กรมหาชน ว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)องค์การมหาชน (ฉบับที่2) พ.ศ. 2559 ได้ประกาศใช้ไปแล้ว ในพ.ร.บ.กำหนดให้มีการตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมา 1 ชุดเรียกว่า คณะกรรมการพัฒนาองค์การมหาชน ซึ่งจะทำหน้าที่ดูแลการตั้งองค์การมหาชนในอนาคต การยกเลิกหรือการควบรวมการประเมิน การพิจารณาค่าตอบแทนผู้บริหาร รวมทั้งออกกฎกติกา เพื่อให้องค์การมหาชน 40 แห่งที่มีอยู่ในระบบที่ใกล้เคียงกัน รวมถึงเรื่องค่าตอบแทนด้วยที่แตกต่างกัน ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น เพราะเราตั้งองค์การไว้ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) แต่ก.พ.ร.ไม่มีอำนาจโดยตรง จึงเป็นช่องว่าง

ขณะนี้มีกฎหมายใหม่ มีคณะกรรมการใหม่จะสามารถควบคุมดูแลได้มากขึ้นซึ่งเราเน้นส่งเสริมมากกว่าการควบคุม โดยเริ่มต้นตั้งคณะกรรมการ มีตนเป็นประธานคณะกรรมการ และมีผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตัวแทนจากกระทรวงการคลัง 3 คน และผู้ทรงคุณวุฒิอีก 7 คน รวม 12 คน โดยตนได้มอบหมายให้ กพร.คัดเลือกรายชื่อคณะกรรมการ และรายชื่อดังกล่าวส่งมาที่ตนแล้ว แต่รายชื่อที่คัดเลือกเกินมาจำนวน 14-15 คน ตนจึงจะต้องนำเสนอ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อจะหารือว่ารายชื่อที่เกินมานั้นแต่ละคนมีจุดแข็ง จุดอ่อนอย่างไรบ้าง เพื่อคัดเลือกให้เหลือ 7 คน ซึ่งเมื่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว ก็นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้งต่อไป คาดว่าในเดือนมี.ค.คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะเริ่มทำงานได้  

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า สำหรับการทำงานของคณะกรรมการชุดดังกล่าว จะเริ่มต้นรับทราบการทำงานขององค์การมหาชน พิจารณาสถานภาพการคงอยู่และไม่คงอยู่ ระบบการกระประเมินผล และการพิจารณาเรื่องค่าตอบแทน ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องพิจารณาเร่งด่วนในพ.ร.บ.ดังกล่าว ในบทเฉพาะกาล มีการเปลี่ยนแปลงกติกาเยอะ โดยเฉพาะการเขียนว่า บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นบอร์ดองค์การมหาชนเกิน 3 แห่งไม่ได้ จึงต้องไปแก้ไขพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนแต่ละแห่งให้เสร็จภายใน 6 เดือน ดังนั้นการบ้านด่วนอันดับแรกคือการเรียกองค์การมหาชนทั้งหมดมาอบรมหารือกฎหมายใหม่ กับกฎหมายเก่าว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร