วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลฎีกาฯให้สืบพยานจีน5ปาก จากจีน-สิงคโปร์คดีทุจริตข้าว

ศาลฎีกานักการเมืองสืบพยานจีน 5 ปากจากจีน-สิงคโปร์ ผ่านจอภาพครั้งแรก หลังจำเลยร่วมใน คดีทุจริตระบายข้าวร้องขอ ด้าน"บุญทรง"เชื่อเป็นเรื่องดี

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 2 มี.ค.59 เวลา 10.00 น. นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน คดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี และองค์คณะรวม 9 คน นัดพร้อมคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 1 , นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุ กก.พิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 2 และพวกซึ่งเป็นอดีตนักการเมือง 3 คน ข้าราชการการเมือง 3 คน และนิติบุคคลกับกรรมการผู้มีอำนาจในนิติบุคคล รวม 21 ราย เป็นจำเลยที่ 1-21 ในความผิดฐาน กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 4, 9, 10,12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่รัฐ , ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต สร้างความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4, 123 และ 123/1 ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งอัยการสูงสุด โจทก์ ยังขอให้ศาลสั่งปรับจำเลยทั้งหมด เป็นเงิน 35,274,611,007 บาทที่คิดคำนวณจากมูลค่าครึ่งหนึ่งตามสัญญาระบายข้าว 50,000 ตัน ที่พบว่ามีการกระทำผิดสัญญา 4 ใน 8 ฉบับด้วย ที่อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 17 มี.ค.58  

และนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อม.1/2559 ที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร , นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการ , บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด ที่มีนายทวี อาจสมรรถ เป็นกรรมการ , บริษัท เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด , นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการ , บริษัท เจียเม้ง จำกัด และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการ เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานร่วมกันกระทำการสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, 83, 86 และ 91 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 4 และมาตรา 123/1 กรณีเมื่อวันที่ 8 ก.ย.54 – 22 ก.พ.56 ร่วมสนับสนุนจำเลยที่ 1-6 คดีนายบุญทรง กับพวกที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ในการสางจ่ายแคชเชียร์เช็คซื้อขายแต่ไม่ได้มีการซื้อจริง โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 ม.ค.59  

โดยศาลอ่านและอธิบายฟ้องโดยสรุปให้ นายทวี , นายปกรณ์ และนางประพิศ ฟังแล้วจำเลยทั้งหมดยืนยันให้การปฏิเสธทั้งในฐานะผู้แทนนิติบุคคล และฐานะส่วนตัวที่เป็นกรรมการบริษัท ตามคำให้การที่ยื่นในวันนี้ ขณะที่นายทวี กก.หจก.โรงสีกิจทวียโสธรและ บจก.กิจทวียโสธรไรซ์ ขอยื่นคำให้การโดยละเอียดอีกภายใน 120 วัน ส่วนนายปกรณ์ กก.เค.เอ็ม.ซี.ฯ และนางประพิศ กก.บจก.เจียเม้งฯ ขอยื่นคำให้การภายใน 45 วัน แต่ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้ฟ้องตั้งแต่ ม.ค.59 และจำเลยได้ทราบจากการไต่สวนของ ป.ป.ช.มาแล้ว ประกอบกับจำเลยสามารถนำสืบรายละเอียดในประเด็นที่ต่อสู้ได้ จึงให้เวลายื่นคำให้การเพิ่มเติมภายใน 14 วัน  

ส่วนที่อัยการ โจทก์ ขอรวมสำนวนทั้งสอง พิจารณาเป็นคดีเดียวกันเนื่องจากคดีเกี่ยวพันกัน พยานหลักฐานชุดเดียวกันนั้น องค์คณะฯ ได้สอบถามจำเลยทั้งหมดแล้วไม่คัดค้าน ประกอบกับเพื่อความสะดวกในการพิจารณาจึงอนุญาตให้รวมสำนวนโดยให้คดีหมายเลขดำ อม.25/2558 เป็นคดีหลัก ส่วนจำเลยที่ 1-7 คดีหมายเลขดำ อม.1/2559 ให้นับเป็นจำเลยที่ 22 -28 ต่อจากคดีดังกล่าว  

ขณะที่เดียวกัน องค์คณะฯ อนุญาต ตามที่อัยการ โจทก์ ยื่นคำร้องวันที่ 15 ก.พ.59 ขอเพิ่มพยานรวม 12 อันดับ ปะกอบด้วย พยานเอกสาร 10 ฉบับ และพยานบุคคลอีก 2 ปาก คือ นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นำสืบประเด็นการซื้อขายข้าวแบบจีทูจี และพยานอดีตพนักงานธนาคารกรุงไทยฯ นำสืบเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินและบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคดี  

และอนุญาตตามคำร้องจำเลยที่ 10-23 ขอให้สืบพยานชาวจีน ที่อาศัยในประเทศจีนและสิงคโปร์ รวม 5 ปากผ่านจอภาพทางไกล (วีดีโอคอนเฟอเรนซ์) เพื่อนำสืบสถานะความมีอยู่ของ บริษัท กวางตุ้ง จำกัด (Guangdong stationery & sporting goods imp.& exp. Corp.) และบริษัท ไห่หนาน เกรน แอนด์ ออยล์ อินดัสเทรียล เทรดดิ้ง และการซื้อขายข้าว โดยให้จำเลยเป็นผู้ประสานสถานทูตหรือกงสุลประเทศนั้น พร้อมให้ประสานระบบโทรคมนาคมกับ กสท. ด้วย โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายดำเนินการดังกล่าว  

ทั้งนี้เมื่อมีการรวมสำนวนพิจารณาเป็นคดีเดียวกันแล้ว องค์คณะจึงให้ยกเลิกนัดการไต่สวนพยานเดิมในวันที่ 16 มี.ค. , 20 เม.ย. และ 27 ก.ค.59 นี้ แล้วให้เพิ่มนัดไต่สวนพยานอีก 4 นัด คือ วันที่ 18 ม.ค , 25 ม.ค. , 1 ก.พ. และ 15 ก.พ. 2560 จากเดิมที่นัดไต่สวนนัดสุดท้ายไว้ในวันที่ 21 ธ.ค.59 โดยให้นัดตรวจพยานหลักฐานในส่วนของจำเลยที่ 22-28 ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ เวลา 09.30 น.  

ภายหลังนายบุญทรง กล่าวถึงการสืบพยานทางไกลจากจอภาพว่า ไม่ได้ร้องขอ แต่เป็นกลุ่มจำเลยร่วม ซึ่งตนเชื่อน่าจะดี ในแง่ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน เพราะพยานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการซื้อขายข้าว  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสืบพยานทางไกลผ่านจอภาพดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อย่างไรก็ดี นายทวี , นายปกรณ์ และนางประพิศ กรรมการ กก.หจก.โรงสีกิจทวียโสธร ,บจก.กิจทวียโสธรไรซ์ , บจก.เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) และ บจก.เจียเม้ง จำเลยที่อัยการยื่นฟ้องเพิ่มนั้น ก็ได้รับการปล่อยชั่วคราว โดยศาลตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขกับจำเลยอื่นโดยห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล