"พล.อ.ไพบูลย์"นัดก.คมนาคม ศุลกากร สรรพสามิต วางแนวทางตรวจรถจดประกอบต้องสงสัยเลี่ยงภาษี ย้ำคดีมีความล่าช้าค้างการสอบสวนตั้งแต่ปี 56
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบรถหรูจดประกอบเลี่ยงภาษีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ในคดีรถโบราณผิดกฏหมายของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และรถโบราณของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ดีเอสไอกำลังทำงานและมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องซึ่งนอกจากรถโบราณในความครอบครองของพระสงฆ์แล้ว ยังมีรถกว่า 6,000 คัน ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของดีเอสไอ และถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นว่า ดีเอสไอไม่เป็นธรรม ไม่ตรวจรถทั้งหมด มุ่งตรวจเพียงรถบางคัน ทั้งที่กรณีรถในข่ายต้องสงสัยมีมากกว่า 6,000 คัน โดยข้อเท็จจริงคือมีการตรวจสอบมาตลอดตั้งแต่ปี 2556 แต่ยังไม่แล้วเสร็จ จึงมองว่าความล่าช้าที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นปัญหาให้ระดับรัฐมนตรีลงไปช่วยแก้ไข
ดังนั้นในวันจันทร์ที่ 7 มี.ค.นี้. ตนจะเป็นประธานประชุมหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับปัญหารถหรูเลี่ยงภาษี ทั้งกระทรวงคมนาคม สรรพาสามิต กรมสรรพากร กรมศุลกากร เป็นต้น โดยที่ประชุมจะวางแนวทางเร่งการตรวจสอบทั้งกว่า 6,000 คัน ให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมด และหาวิธีจัดการแยกรถที่จดประกอบถูกต้องกับรถที่ผิดกฏหมายโดยจะไม่มีการแบ่งที่ราคา สูงกว่า 4 ล้านบาทขึ้นไป เหมือนที่ดีเอสไอเคยดำเนินการ
สำหรับการตรวจสอบรถยนต์หรูเลี่ยงภาษีล็อตแรกจำนวน 548 คัน ดีเอสไอส่งผลการตรวจสอบให้กรมศุลกากรประเมินภาษีแล้ว แต่กระบวนการมีความล่าช้า โดยกรมศุลกากรประเมินภาษีแล้วเสร็จเพียง 6 คัน มูลค่าภาษีไม่รวมเบี้ยปรับประมาณ 3 ล้านบาท





