"พล.อ.ประวิตร" รองนายกฯ เผยเตรียมกวาดล้างผู้มีอิทธิพล 4 มี.ค. นี้ ขณะที่ผบ.ตร.แจงผลปราบปรามผู้มีอิทธิพลรอบ 6 เดือน น่าพอใจ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการปราบปรามผู้มีอิทธิพลตามนโยบายที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ที่เพิ่มมอบหมายให้ดำเนินการภายใน 6 เดือน ว่าตนเริ่มดำเนินการไปแล้ว 4 เดือนรู้ตัวแล้วว่ามีใครบ้าง
โดยจะเริ่มเข้าไปหาคนเหล่านี้ และจะเริ่มดำเนินการหลังจากวันที่ 4 มี.ค.เป็นต้นไป ใครที่ทำอะไรผิดก็ต้องดำคดีตามกฎหมายทุกอย่าง
ผบ.ตร.แจงผลปราบปรามผู้มีอิทธิพลรอบ 6 เดือน น่าพอใจ
ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปราปบรามผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศภายใน 6 เดือนว่า นายกฯ มีคำสั่ง 324/2558 ลงวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมาให้ตั้งคณะกรรมการเรื่องการบูรณาการปราบปรามผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ซึ่งตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมการนั้นเริ่มดำเนินการเมื่อเดือน พ.ย. 2558 และวันที่ 4 มี.ค. นี้เป็นวันสุดท้ายของการระดมกวาดล้างปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยคณะกรรมการได้รวบรวม 16 ฐานความผิดเกี่ยวกับอิทธิพลการเมืองท้องถิ่นรวมถึงการก่อความวุ่นวายในพื้นที่สนธิกำลัง 3 ฝ่ายคือ ปกครอง ตำรวจ ทหาร เพื่อร่วมกันปราบปราม
ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ผลการปราบปรามที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจทุกฝ่าย้ช่วยกันทำงาน ซึ่งในส่วนของตำรวจได้มีการเรียกผู้มีอิทธิพลมาพูดคุยและจับกุมตามหมายจับเก่าใน 16 ฐานความผิดที่คณะกรรมการได้ตั้งไว้ โดยได้มีการระดมกวาดล้างในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ 77 จังหวัด พบความผิดหลายประเภทรวมถึงการฮั้วประมูลมีมากที่สุดใน จ.อุทัยธานี ส่วนยุทธการไพร่ฟ้าหน้าใสที่กองปราบดำเนินการมาก่อนหน้านี้ก็เป็นที่พอใจซึ่งรวมอยู่ในส่วนนี้ด้วย สำหรับการข่มขู่คุกคามก่และการก่อเหตุไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ ตอนนี้เหตุการณ์ข่มขู่มีน้อยแล้ว หลังจากที่มีการดำเนินการมาแล้ว ขณะที่แหล่งท่องเที่ยว พัทยา ภูเก็ต เน้นย้ำมาตราการปราบปรามมาตลอดและมีการปราบปรามจับกุมต่อเนื่องโดยเฉพาะผู้ที่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว





