วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรธ.ปรับถ้อยคำจนท.ร่วมอนุมัติ เอื้อประโยชน์ส.ส.-ส.ว. ผิด

“โฆษกกรธ.”เผยปรับถ้อยคำให้จนท.ร่วมอนุมัติ-เสนอโครงการในร่างกฎหมายงบฯ เอื้อประโยชน์ส.ส. - ส.ว. มีความผิด

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยความคืบหน้าต่อการปรับปรุงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ตามที่มีข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่างๆ ว่า ขณะนี้กรธ. ได้พิจารณาไปจนถึงหมวด 7 รัฐสภา แล้ว แต่ยังไม่ได้พิจารณาถึงการปรับโครงสร้างทางการเมืองหรือกลไกได้มาซึ่งส.ส. และ ส.ว. เพราะมีข้อเสนอที่ต้องพิจารณาเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียอีกจำนวนมาก ขณะที่รายละเอียดที่พิจารณาปรัปปรุง คือ ส่วนรายละเอียดที่พิจารณาเติมเต็มให้มีความรอบคอบ รัดกุม และ เพื่อให้บทบัญญัตินั้นมีความสมบูรณ์มากขึ้น เช่น มาตรา 139 ว่าด้วยการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ที่ห้ามส.ส. ส.ว. หรือกรรมาธิการที่มีส่วนร่วมในการพิจารณา เสนอ แปรญัตติหรือกระทำการใด ๆ ที่มีผลทำให้ ส.ส. ส.ว. หรือกรรมาธิการได้รับประโยชน์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม มีบทกำหนดให้ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนนร่วมอนุมัติให้การกระทำที่ห้ามดังกล่าว มีข้อท้วงติงว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องนั้น จะหมายถึงเจ้าหน้าที่ของสำนักงบประมาณเท่านั้น เพราะมีสวนเกี่ยวข้องกับการอนุมัติ แต่ไม่มีความหมายไปถึงเจ้าหน้าที่ในกระทรวงต่าง ๆ ที่เป็นผู้เสนอโครงการ ดังนั้นในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวจึงได้เขียนถ้อยคำให้ชัดเจน โดยให้หมายถึงเจ้าหน้าที่รัฐฐานะผู้ที่เสนอโครงการมายังหน่วยงานผู้อนุมัติด้วย

นายชาติชาย กล่างด้วยว่า ส่วนรายละเอียดที่เป็นประเด็นเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรธ. มีมติปรับแก้ไขไปแล้วนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือว่าจะนำเสนอเนื้อหาอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจ เบื้องต้นจะประสานไปยังหนังสือพิมพ์เพื่อขอซื้อเนื้อที่นำเสนอข้อมูลและรายละเอียด ทั้งนี้ยอมรับว่าการแถลงข่าวของกรธ. ที่ทำเป็นประจำนั้น สื่อมวลชนที่ตามทำข่าวไม่สามารถลงเนื้อหาได้ทั้งหมดได้ เนื่องจากพื้นที่มีจำนวนน้อย

นายชาติชาย กล่าวย้ำถึงข้อเสนอต่อการให้ปรับกลไกที่มาของส.ว. ในระยะเปลี่ยนผ่านช่วงแรกว่า ตนยังตอบไม่ได้ และขณะนี้ กรธ. ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น ส่วนตัวมองในแบบของชาวบ้าน หากจะเขียนกลไกเปลี่ยนผ่านเพื่อควบคุมสถานการณ์ หรือสร้างการมีส่วนร่วมกับรัฐบาลเพื่อปูทางไปสู่การต่อยอดงาน และเป็นกลไกชั่วคราว หากสามารถอธิบายได้เชื่อว่าจะเกิดความเข้าใจ แต่กรณีที่ถูกมองได้ว่าเป็นการต่อท่ออำนาจนั้น ตนมองว่าต้องมองคนละส่วน เพราะอำนาจปัจจุบันถือเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว และมีอยู่ในฐานะที่เป็นอำนาจแฝง โดยในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญของกรธ. เขียนชัดเจนว่าใครที่หมดหน้าที่แล้วจะไม่มีอำนาจ แต่กรณีของการเป็นอำนาจแฝงในส้งคมนั้น เราไม่สามารถเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อครอบคลุมไปถึงส่วนดังกล่าวได้