"ประวิตร"ดีเดย์ 4 มี.ค.ปูพรมกวาดล้างผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศ ชี้ 2 เดือนจากนี้จะจับกุมกวาดล้างทุกพื้นที่
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ระบุว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการให้ภายใน 6 เดือน ปราบปรามผู้มีอิทธิพลทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด และวันที่ 4มี.ค.นี้ จะครบ 4 เดือน หลังจากนายกรัฐมนตรี สั่งการ ได้รวบรวมข้อมูลผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศครบแล้ว
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า วันที่ 4 มี.ค.จะเริ่มดำเนินการจับกุมกวาดล้าง ผู้มีอิทธิพลเพื่อเป็นการจัดระเบียบสังคมไทย จากที่เคยทำมาโดยตลอด แต่ช่วงระยะเวลาหลังๆ เราอาจจะให้ความสำคัญกับการบริหารราชการแผ่นดิน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาต่างๆ อาจทำให้ความสนใจของสังคมมองเหมือนกับว่า เรื่องนี้ถูกดำเนินการลดน้อยลงในทางปฏิบัติ แต่ความจริงไม่ใช่ ยังคงดำเนินการอยู่ ตามที่นายกฯสั่งการเพิ่มเติม ซึ่ง 2 เดือนจากนี้จะจับกุมกวาดล้างทุกพื้นที่ โดยฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง บูรณาการทำงานร่วมกัน
สั่งยกระดับ"รปภ.ทำเนียบ" เข้มงวด เข้า-ออก
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) ว่า ในที่ประชุมครม.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้กล่าวว่าจากเดินทางไปต่างประเทศของนายกฯและครม.พบว่า วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไป มีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น เพราะว่าปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง ในเรื่องการเกิดเหตุร้ายมีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำเนียบรัฐบาล เดิมที่อาจคำนึงถึงความสะดวกของผู้ที่เข้ามาในทำเนียบฯ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ประชาชนที่มายื่นเรื่องร้องเรียนหรือแม้กระทั่งสื่อมวลชน จากนี้ ควรจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปกำหนดกฎ กติกา เพื่อกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ทำเนียบฯ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ศูนย์กลางการบริหารประเทศ ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น ก่อให้เกิดความมั่นใจในการรักษาความปลอดภัย เพราะว่าศูนย์อำนวยการและสั่งการที่สำคัญที่สุดของประเทศอยู่ที่นี่ ถ้ามีความละหลวม วันข้างหน้าอาจจะมีความไม่ปลอดภัยที่จะเกิดขึ้น จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้น หน่วยงานทุกระดับมีมาตรการที่ตอบสนองกับการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งความสะดวกของทุกคนอาจจะลดลงบ้าง
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนที่รับทราบมาตรการเหล่านี้จะยอมรับได้ เพราะเป็นการสร้างกติการ่วมกัน ไม่ใช่กระทบแค่ผู้สื่อข่าว แต่ทุกระดับได้รับผลกระทบหมด แต่จะทำให้มาตรการรักษาความปลอดภัยดีขึ้น และจะเป็นต้นแบบรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะโยงไปว่าจะมีการก่อเหตุร้าย แต่เป็นเพียงการเตรียมการเอาไว้ก่อน เพื่อความเป็นมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ในแง่การข่าวด้านความมั่นคงขณะนี้ ไม่ได้มีรายงานสถานการณ์ที่ไม่ได้วางไว้ใจแต่อย่างไร




