กกต.ถกร่างพ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ ก่อนส่งครม. ชี้เนื้อหาคล้ายพ.ร.บ.ประชามติปี 52 และจำเป็นต้องมีเนื้อหาล้อจากการแก้ไขรธน.ปี 57
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยภายหลังจากได้มีการหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่า ได้เห็นพ้องตรงกันว่าให้นำร่างประกาศกกต. หลักเกณฑ์วิธีการ และระยะเวลาในการออกเสียงประชามติ และร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... มารวมเป็นฉบับเดียวกันโดยเรียกว่าร่างพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ... ซึ่งร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวนี้ ขณะนี้ทางสำนักงานกกต.ได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอเข้าสู่ที่ประชุมกกต.เพื่อรับทราบ ซึ่งเข้าใจว่า น่าจะภายในสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
นายสมชัย กล่าวต่อว่า สำหรับเนื้อหาร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว จำเป็นต้องล้อจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ดังนั้นกระบวนการจึงจำเป็นต้องรอให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว)เสร็จเรียบร้อยก่อน กฎหมายประชามติจึงจะต่อเนื่องไปได้ แต่เบื้องต้นได้เตรียมการในเชิงคู่ขนานเพื่อไม่ให้เสียเวลาและสามารถทำได้ทันภายในกำหนดคือมีผลบังคับใช้ช่วงประมาณต้นเดือนหรือกลางเดือนเมษายนนี้
"ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีความคล้ายคลึงกับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 แต่หลายเรื่องจะมีความชัดเจนมากขึ้น เช่น วิธีการนับคะแนน วิธีการตัดสิน รวมถึงบทกำหนดโทษที่ปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งอาจมีการนำเทคโนโลยีมาทำผิดกฎหมายได้"นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวอีกว่า กฎหมายที่กกต.ออกมานั้นขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนต่อการแสดงความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ ประชาชนยังมีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้ตามปกติทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ การรณรงค์ด้านใดด้านหนึ่งสามารถกระทำได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย คือ ไม่มีการกล่าวร้าย ให้ความเท็จ ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ หรือขัดขวางกระบวนการต่างๆ เป็นต้น





