"ภุชงค์"ฟ้องศาลปกครองเยียวยา หลังกกต.มีมติเลิกจ้างปี 58 ไม่รับอุทธรณ์โต้แย้งมติ เจ้าตัวระบุไม่ได้หวังกลับตำแหน่ง
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยบุตรชาย เดินทางมายื่นฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องกระทำการมิชอบ จากกรณีที่ประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2558 แล้วมีคำสั่งเลิกจ้างวันที่ 8 ธ.ค.58 โดยศาลรับคำฟ้องไว้ในสารบบเพื่อพิจารณาและมีคำสั่งว่ารับฟ้องหรือไม่ต่อไป
ขณะที่นายภุชงค์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.58 ตนยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อประธานกกต. แล้ววันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนได้รับทราบจากการแถลงข่าวของนายธนิต ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. ว่าได้มีการยกคำร้องอุทธรณ์ตนแล้ว การมาฟ้องวันนี้จึงเป็นการใช้สิทธิภายใน 90 วัน โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ตนได้ทำหนังสือตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ขอเอกสารจาก กกต.และ สำนักงานกกต.เพื่อที่จะมาใช้สิทธิ์ฟ้องต่อศาลปกครอง สิ่งที่ตนคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือเมื่อมีมติในวันที่ 8 ธ.ค.58 แล้วให้พ้นในวันนั้นเลย ซึ่งคำขอท้ายฟ้องตนได้ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งให้เพิกถอนมติ กกต.ดังกล่าว และจ่ายเงินเยียวยาในส่วนของเงินประจำตำแหน่งและเงินเดือนในช่วงเวลาที่เหลือตามสัญญาจ้าง รวมทั้งขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีด้วย
นายภุชงค์ กล่าวว่า ทั้งนี้หวังว่าศาลปกครองจะรับคำร้องไว้พิจารณาส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น ตนจะเคารพในคำพิพากษา ตนยืนยันว่าจะไม่กลับมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.อีก เพียงอยากให้มีการตรวจสอบพิสูจน์ว่าคำสั่งต่างๆนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
เมื่อถามว่ากกต.มีการฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทหลายคดีทราบหรือไม่ นายภุชงค์ กล่าวว่า ตนทราบว่ามี 6 คดี แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน ตนยืนยันว่าสิ่งที่พูดไปพร้อมที่จะรับผิดชอบ และสิ่งที่ตนพูดไปนั้นไม่ได้กล่าวหาใคร คงต้องไปต่อสู้กันในชั้นศาล
เมื่อถามว่าขณะนี้ กกต.กำลังมีปัญหาเรื่องงบประมาณที่เหลืออยู่ 72 ล้าน จาก 5,000 ล้านบาท มีความเห็นอย่างไร นายภุชงค์ กล่าวว่า ตอนนี้ตนเป็นคู่กรณีกับกกต.ทั้ง 5 คน คงจะไม่เหมาะสมที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าว แต่ข้อเท็จจริงนั้นตั้งแต่ปี 2548-2549 นั้น กกต.ของบประมาณจากสำนักงบประมาณแต่ก็ไม่ได้รับเต็มจำนวน ต้องใช้งบประมาณในส่วนที่ กกต.มีอยู่ ที่เรียกว่าย้ายจากกระเป๋าซ้ายมากระเป๋าขวาทุกปี
เมื่อถามว่า เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดจากการขยายตำแหน่งหรือไม่ นายภุชงค์ กล่าวว่า ทุกอย่างมีต้นเหตุว่าทำไมต้องมีการขยายตำแหน่ง ต้องไปดูความถูกต้องว่าใครรับผิดชอบเรื่องอะไร และตนเชื่อว่าทุกคนตั้งใจทำงานให้กับสำนักงาน กกต. เพราะขณะนี้อยู่ในวาระสำคัญของชาติแล้วโดยเฉพาะการออกเสียงประชามติและจะมีการเลือกตั้งซึ่งจะเหมือนในปี 2542 ที่สำนักงาน กกต.ไม่มีงบประมาณเลย แต่ก็ยังสามารถจัดการเลือกตั้งได้สำเร็จ





