วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มติมส.ตั้งกรรมการปฏิรูปกิจการสงฆ์ 6 ด้าน

มติมส.ตั้งกรรมการปฏิรูปกิจการสงฆ์ 6 ด้าน มอบกก.มส.เป็นแม่งานแต่ละด้าน ขณะที่ พศ.ป้อง “สมเด็จช่วง” วัดปากน้ำ มั่นใจไม่มีความผิดคดีรถหรู

นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการพศ. เปิดเผยภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ว่า มส.ได้รับทราบตามที่มอบหมายให้วิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย(มมร) ไประดมความคิดเห็น เรื่องปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา

ก่อนหน้าที้ คณะรัฐมนตรี ได้รับแนวทางปฏิรูปกิจหารพระพุทธศาสนา ตามที่คณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ได้เสนอแนวทางปฏิรูป 4 ด้าน และครม.ได้มอบให้พศ.นำไปศึกษา ซึ่งพศ.ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยว 11 หน่วยงาน พร้อมหารือกับผู้แทนมส. และสรุปแนวทางปฏิรูป 6 ด้านและ 1 องค์ประกอบ คือพุทธมณฑล โดยแบ่งหารดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะแรกระดมความคิดเห็น ตั้งแต่เดือนมิถุนายน- เดือนธันวาคม 2558 ระยะที่ 2 ตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2559 และระยะที่ 3 มกราคม 2560-ธันวาคม 2563

นายชยพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การดำเนินการระยะแรกจะเป็นการระดมความคิดเห็น ซึ่ง มส.ได้มอบให้วิทยาลัยสฆ์ 2 แห่ง ไประกมความคิดเห็นมา และในประชุมมส.วันนี้ได้เห็นชอบให้มีการแต่งตั้งกรรมการมส.เป็นประธานรับผิดชอบการปฏิรูปแต่ละด้าน และให้ประธานแต่ละด้านไปตั้งกรรมการ 5-15 รูป/คน และเสนอรายชื่กรรมการแต่ละชุดให้มส.พิจารณาในการประชุมมส.ครั้งถัดไป

นายชยพล กล่าวต่อไปว่า รายชื่อประธานกรรมการทั้ง 6 ด้านและ1 องค์ประกอบมีดังนี้ 1.ด้านการปกครอง มอบให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตร เป็นประธาน 2.ด้านศาสนศึกษา มอบให้พระพรหมโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ เป็นประธาน 3.ด้านการเผยแผ่ มอบให้สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เป็นประธาน 4.ด้านสาธารณูปการ มอบให้พระพรหมมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธ เป็นประธาน 5.ด้านศึกษาสงเคราะห์ มอบให้พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส เป็นประธาน 6.ด้านสาธารณสงเคราะห์ มอบให้พระพรหมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดวัดยานนาวา เป็นประธาน และ 7.ด้านการพัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก มอบให้สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เป็นประธาน

นายชยพล กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีมีเอกสารข้อมูลระหว่างฝ่ายสนับสนุนและคัดค้านการเสนอนามสมเด้จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ ทูลเกล้าฯเป็นสมเด็จพระสังฆราชถูกนำไปเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนและระบุว่าเป็นเอกสารจากพศ.นั้น ยืนยันเอกสารดังกล่าวไม่ใช่ของพศ. ส่วนเอกสารของพศ.นั้นจัดทำเสร็จแล้ว คาดว่านายพนม ศรศิลป์ จะเซ็นลงนามในเอกสารและส่งไปยังนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลพศ.ในวันที่ 1 มีนาคมนี้

รองพศ. กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีของคดีรถหรู รถยนต์โบราณที่อยู่ในครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) พศ.ได้ศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับรถยนต์และประสานไปยังฝ่ายกฎหมายของวัดปากน้ำภาษีเจริญ เพื่อศึกษาข้อมูลและเชื่อมั่นว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ไม่ผิดเพราะท่านเป็นผู้รับ ไม่ได้อยู่ในกระบวนการซื้อขาย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำฯจะต้องทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งทราบว่า ทางวัดปากน้ำฯจะนำเอกสารหลักฐานไปชี้แจงที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในวันที่ 2 มีนาคม เวลา 15.00 น.เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของสมเด็จฯ

“ส่วนกรณีที่มีผู้จาบจ้วง หรือใช้คำพูดไม่เหมาะสมทางโซเชียลมีเดียพาดพิงพระเถระผู้ใหญ่และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ทั้งนี้ พศ.เคยแนะนำให้ท่านฟ้องร้องเอาผิดต่อผู้จาบจ้วง แต่ท่านบอกพศ.ว่าไม่ให้ดำเนินการอะไร ท่านมอบให้เป็นเรื่องของกรรม ”กรรมใดใครก่อกรรมนั้นต้องสนอง“ ในเรื่องกฎหมายท่านไม่เอาความ” นายชยพล กล่าวในที่สุด