วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ภูมิธรรม'จวก'วิษณุ' ทำหน้าที่'เนติบริกร' ไม่ขาดตกบกพร่อง

“ภูมิธรรม” จวก “วิษณุ”ทำหน้าที่"เนติบริกร" ไม่ขาดตกบกพร่อง อัดแกล้งโง่ทำไม่รู้เหตุการณ์ก่อน22พ.ค.57 ถูกสร้างขึ้นจากคนไม่หวังดีต่อประชาธิปไตย

นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ โจมตีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ต่อท่าทีการร่างรัฐธรรมนูญว่า “วิษณุ” บอก ครม. เสนอ 16 ข้อให้ กรธ. เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะข้อ 16 ที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าดูเหมือนมีความต้องการแอบแฝงเพื่อการสืบทอดอำนาจของกลุ่มผู้มีอำนาจในปัจจุบัน โดย “วิษณุ” ได้ร่วมหารือกับ “มีชัย” เพื่อให้นำไปพิจารณาปรับแก้ร่างแรกของรัฐธรรมนูญให้เป็น “รัฐธรรมนูญ 2 ขยัก” โดยมีข้ออ้างว่ามีความห่วงใยประเทศจะเกิดการสะดุดและแตกแยก เพราะขัดแย้งเหมือนช่วงก่อนการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ผมเห็นด้วยกับแนวความคิดที่ว่า...วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 มิใช่วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นจากความจงใจของกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีต่อระบอบประชาธิปไตย และต้องการได้มาซึ่งอำนาจในการบริหารประเทศด้วย “วิธีการนอกระบบ”

วิกฤตการณ์ 22 พ.ค. 2557 จึงไม่ใช่วิกฤตตามธรรมชาติแต่เป็นวิกฤตการณ์ช่วงชิงอำนาจที่มีการจงใจสร้างขึ้น และบีบบังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐละเลยและไม่ปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย รวมถึงการไม่ยอมรับกระบวนการใช้เสียงข้างมากในการตัดสินปัญหาตามกติการะบอบประชาธิปไตย

สภาพที่คนส่วนใหญ่ในสังคมไทย รับรู้กันเช่นนี้ “วิษณุ”....ไม่รู้ ไม่เข้าใจ หรือ แกล้งโง่ ทำเป็นไม่รู้ ไม่เข้าใจกันแน่

การมาเยือนประเทศไทยของนาย Miroslav Jenča ผู้ช่วยเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติฝ่ายกิจการการเมืองและคณะ ที่ได้มาพบกับฝ่ายต่างๆรวมทั้งพรรคเพื่อไทยเพื่อติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยและเพื่อติดตามกระบวนการกลับไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยปกติ การมาเยือนของคณะผู้แทน UN ครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่านานาอารยประเทศมีความห่วงใยประเทศไทยและแสดงความชัดเจนที่อยากเห็นการจัดการเลือกตั้งที่เสรี เที่ยงธรรมเป็นประชาธิปไตยและเชื่อถือได้ เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด

ความจริงถ้า “วิษณุ” ไม่มุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ “เนติบริกร” รับใช้คณะผู้มีอำนาจอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง “วิษณุ” น่าจะช่วยผลักดันให้กระบวนการเลือกตั้งต่างๆกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วมากกว่ามามัวทำหน้าที่คอยอธิบาย หาเหตุผลข้ออ้างมาแก้ต่างให้กลุ่มผู้มีอำนาจอย่างที่กำลังพยายามทำอยู่เช่นในปัจจุบัน โดยเฉพาะที่พยายามอธิบายถึงความจำเป็นที่อยากจะคงอยู่ในอำนาจโดยพยายามผลักดันให้ “ความเป็นประชาธิปไตยของไทยเป็น 2 ขยัก” แล้วไปกล่าวอ้างว่าการกระทำเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตจึงไม่น่ามีปัญหาอะไร..ถือว่าตั้งใจหาเหตุผลมาตอบสนองความต้องการมีอำนาจของฝ่ายตน อย่างไม่คำนึงถึงสิ่งใดๆ

อันที่จริงอดีตที่ควรนำมาสนับสนุนการกระทำในปัจจุบัน ควรเป็นอดีตดีๆที่ควรเอามาเป็นเยี่ยงอย่าง..โบราณเขาสอนให้นำสิ่งดีมาปฎิบัติ แต่ให้เอาสิ่งเลวร้ายมาเป็นอุทาหรณ์เพื่อระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นอีก เขาให้เอาบทเรียนความผิดพลาดมาเป็นอุทาหรณ์เพื่อจะได้ไม่ผิดซ้ำซากขึ้นอีก ไม่ใช่เอาความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นมาถือปฎิบัติแล้วอ้างว่าอดีตก็เคยทำกันมา...วิญญูชนทั้งหลายเขาไม่ทำกันเพราะเขามีความละอายเพียงพอ