วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คุก10ปี! 'อดีตดาบตำรวจสายสืบดอนเมือง' จับนักธุรกิจจีน

พิพากษาคุก 10 ปี "อดีตดาบตำรวจสายสืบดอนเมือง" จับนักธุรกิจจีน ปี 57 เรียกค่าไถ่ร้อยล้าน เจรจาจนญาติยอมจ่าย 16 ล้านบาท

ห้องพิจารณา  908 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 26 ก.พ.59 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีจับตัวนักธุรกิจเรียกค่าไถ่  หมายเลขดำ อ.465/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา  3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ด.ต.ศุภณัฏฐ์ ชูชัยปัญญาพงศ์ อายุ 47  ปี อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ สส.สน.ดอนเมือง เป็นจำเลยในความผิดฐาน ร่วมกันเรียกค่าไถ่ฯ          

ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 58 ระบุว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย.57 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกอีกหลายคนที่ยังหลบหนีได้ร่วมกันกระทำผิด โดยขณะที่นายเฉิน จื่อ นักธุรกิจสัญชาติจีน เชื้อชาติกัมพูชา ผู้เสียหาย เดินเข้าไปภายในโรงแรมใบหยก 2  จำเลยกับพวกอีก 1 คน ได้เข้ามาแจ้งกับผู้เสียหายโดยอ้างว่า ผู้เสียหายถูกหมายจับจากประเทศจีน จากนั้นก็เข้าช่วยกันล็อคแขนผู้เสียหาย พาขึ้นรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ฌฎ 1867 กรุงเทพมหานคร นำตัวไปหน่วงเหนี่ยวกักขังตามสถานที่ต่างๆ แล้วโทรศัพท์ติดต่อญาติขอเงินค่าไถ่จำนวน 100 ล้านบาท เพื่อแลกกับอิสรภาพของผู้เสียหาย โดยมีการเจรจาต่อรองจำนวนเงินหลายครั้งสุดท้ายญาติยอมที่จะให้เงินแก่จำเลย 16 ล้านบาทและนัดส่งมอบเงินสดกันบริเวณลานจอดรถ สโมสร กองทัพบก ถ.วิภาวดีฯ แต่จำเลยก็ไม่ยอมมารับเงิน จากนั้นจำเลยได้พาผู้เสียหายไปปล่อยทิ้งไว้บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ฝั่งประเทศกัมพูชา เหตุเพราะสื่อมวลชนเสนอข่าวคดีนี้อย่างครึกโครม จนจำเลย กับพวกหวาดกลัวจะถูกจับกุม เหตุเกิดแขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ต่อมาวันที่ 22 พ.ย.57 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมจำเลยพียงคนเดียว ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธมาโดยตลอด  

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย ที่นำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า ฝ่ายโจทก์มีผู้เสียหาย และประจักษ์พยานหลายปากซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่โรงแรม และ รปภ.โรงแรมใบหยก 2 เบิกความสอดคล้อง เชื่อมโยง เป็นลำดับขั้นตอนโดยปราศจากพิรุธ สามารถชี้ตัวจำเลยได้อย่างถูกต้อง      

ส่วนที่จำเลยต่อสู้ว่า ช่วงวันเกิดเหตุ จำเลยกับบิดา และภรรยา ได้พามารดาจำเลยไปพบแพทย์ที่ รพ.นพรัตน์ราชธานี  ถ.รามอินทรา นั้น แต่ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยกับญาติเคยให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องนี้กับพนักงานสอบสวนสน.พญาไท จึงเป็นพิรุธ พยานหลักฐานจำเลยที่นำสืบมาไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้      

จึงพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องซึ่งผิดต่อกฎหมายหลายบท  ให้ลงโทษฐานเอาตัวบุคคลอายุกว่า 15 ปีไปโดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย  อุบายหลอกลวงใช้อำนาจครอบงำผิดครองธรรม  หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313 วรรคแรก อันเป็นบทหนักสุด โดยจำคุกจำเลยเป็นเวลา 10 ปี