วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปช.ชี้มูล 'สรรพากรกทม.22' ร่ำรวยผิดปกติ

ป.ป.ช.ชี้มูล "ศุภกิจ ริยะการ" ครั้งดำรงตำแหน่งสรรพากร กทม.22 ร่ำรวยผิดปกติ แจงข้ออ้างฟังไม่ขึ้นจ่อชง "อสส." ฟ้องศาลยึดทรัพย์

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายศุภกิจ ริยะการ หรือสิริพงศ์ ริยะการธีรโชติเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 ร่ำรวยผิดปกติตามมาตรา 77 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ที่มีนางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน โดยต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งให้นายสิริพงศ์ แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตร ตามแบบแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม มาตรา 79 รวมทั้งมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการร่ำรวยผิดปกติของนายสิริพงศ์อดีตคู่สมรส บุตร และบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 นั้น         

นายสรรเสริญ กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณารายงานผลการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีเงินฝากธนาคารของนายสิริพงศ์ ที่อยู่ในชื่อนายสิริพงศ์ รวมถึงอดีตคู่สมรส และบุตร จำนวนมาก ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ ได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาว่าทรัพย์สินนั้นมีที่มาจากการขายทองคำแท่ง การกู้ยืมเงินจากบุคคลใกล้ชิดหรือการได้รับคืนเงินให้กู้ยืมจากญาติพี่น้องของคู่สมรส และอดีตผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นคำชี้แจงที่ฟังไม่ขึ้น จึงมีมติว่า นายสิริพงศ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ ทั้งในชื่อ ของนายสิริพงศ์ อดีตคู่สมรส บุตร และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมมูลค่า 31,754,337.38 บาทแต่เนื่องจากเงินในบัญชีเงินฝาก รวมเป็นเงิน 11,883,000 บาท ที่นายสิริพงศ์ ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติ ได้มีการถอนไปฝากเข้าบัญชีเงินฝากอื่น ซื้อที่ดิน และรถยนต์ ในชื่อของนายสิริพงศ์ และบุตร รวมเป็นเงิน 3,917,317.25 บาทจึงเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติด้วย              

ส่วนเงินคงเหลือ จำนวน 7,965,682.75 บาท ให้ดำเนินการกับทรัพย์สินอื่นของนายสิริพงศ์อดีตคู่สมรส และบุตร ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีคำสั่งอายัดไว้เป็นการชั่วคราวแล้ว ทั้งนี้ ตามมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 จึงมีมติให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นคำร้องต่อศาลให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 80 และริบทรัพย์สิน ตามมาตรา 123/6 และมาตรา 123/8แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม