วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สคบ.เรียก'ดร.เซปิง' ให้ข้อมูลรอบสอง4มี.ค.หลังเบี้ยวนัดแรก

รมว.สธ.ย้ำเฟซออฟ จ้อเกินจริง ถ้าผิดต้องเอาผิดรพ.-นายหน้า ขณะที่สคบ.เรียก “ดร.เซปิง” เข้าให้ข้อมูล 4 มี.ค.59หลังเบี้ยวนัดแรก

ตื่น!เร่งล้อมคอกออกระเบียบเอาผิดนายหน้าคลินิกความงาม เหมือนอุ้มบุญ เอาเข้าบอร์ด 11 มี.ค. ตั้งอนุฯยกร่าง

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการโฆษณาเกินจริงในเรื่องการทำศัลยกรรมใบหน้า โดยใช้คำว่าเฟซออฟ(Face off)ว่า ไม่อยากให้สังคมพุ่งเป้าหรือถกเถียงความหมายเกี่ยวกับคำว่าเฟซออฟ เพราะไม่เกิดประโยชน์ ที่ผ่านมาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและแพทยสภาชี้แจงชัดเจนแล้วว่าไม่มีชื่อเรียก หรือเทคนิควิธีนี้ สิ่งที่ทำก็ไม่ใช่การเปลี่ยนหน้า

“กรณีนี้ไม่ว่าจะเป็นสถานพยาบาล หรือนายหน้าหากทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ เอาผิดเพราะมีการโฆษณาเกินจริงเหมือนกัน ซึ่งดีกว่าการมาเล่นคำกัน และอยากให้ประชาชนสนใจเรื่องของความปลอดภัยจากการทำศัลยกรรมเป็นหลัก”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว

นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้สัมภาษณ์กรณีดร.เซปิง ไชยศาส์น โฆษณาการทำศัลยกรรมใบหน้าและอาจเข้าข่ายการโฆษณาเกินจริงภายหลังการประชุมคณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ ที่สธ. ว่า ในวันที่ 4 มีนาคม 2559 ดร.เซปิงจะเข้าให้ข้อมูลกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ซึ่งจะเป็นการมาด้วยตัวเองหรือส่งผู้แทนก็ได้ หลังจากที่ไม่ได้เข้าให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ได้เชิญนพ.กมล พันธ์ศรีทุม แพทย์ที่ถูกกล่าวอ้างถึงมาให้ข้อมูลแล้วแต่แพทย์ท่านนี้ได้ส่งตัวแทนมาพบสคบ. ทำให้ได้ข้อมูลแล้วบางส่วน จากนั้นจะนำมารวบรวมกับที่ดร.เซปิงจะเข้าให้ข้อมูลต่อไป ซึ่งเป็นการสืบสวนสอบสวนจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งระบบเพื่อเอาผิดกับผู้ที่โฆษณาเกินจริง

“สคบ.อยู่ระหว่างศึกษาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แพทยสภา โดยอาจจะมีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมาใหม่ 1 ชุด เพื่อทำหน้าที่ในการร่างระเบียบในการควบคุมเอเจนซี่หรือนายหน้าที่ทำการโฆษณาเกินจริงเรื่องสุขภาพและความงามเหมือนเช่นที่ประเทศเกาหลีใต้ เพราะปัจจุบันคลินิกเสริมความงามมีการใช้เอเจนซี่เข้ามามาก อาจมีโทษทั้งจำและปรับเหมือนพรบ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ที่มีการเอาผิดกับเอเจนซี่ด้วย โดยจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(บอร์ดสคบ.) ในวันที่ 11 มีนาคม 2559” นายอำพลกล่าว