"วิษณุ"ฮึ่มกรธ.ไม่อ่อนข้อ ตามคำแนะนำครม.อีก1ปีข้างหน้า เหตุรุนแรง ต้องรับผิดชอบ รับช่วงเปลี่ยนผ่าน ต้องแลกกับคำครหา"ประชาธิปไตยครึ่งใบ"
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาล โดยเฉพาะข้อ 16 ที่เสนอคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้หาแนวทางแก้ปัญหาบ้านเมืองช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ว่า หากดูจากคำปรารภในรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557 จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนวันที่ 22 พ.ค. 57 ทั้งเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น การแทรกแซงการใช้อำนาจขององค์กรอิสระ การแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ผู้คนขัดแย้งทางความคิดมานานหลายปี จนนำมาสู่วิกฤติจนรัฐบาลขณะนั้นต้องยุบสภา หลังจากนั้นก็ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ จึงทำให้เกิดปัญหาต่อมาคือองค์กรต่างๆ ทั้ง ส.ส. ส.ว. รวมถึงองค์กรอิสระบางองค์กรหมดวาระลงพร้อมๆ กัน เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ประเทศชะงักงัน ทั้งหมดจึงเป็นปัญหาที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำมาคลี่ดู เราไม่ได้พูดเพื่อตำหนิสิ่งเหล่านี้ เพราะมันผ่านไปแล้ว แต่หากเหตุการณ์เหล่านั้นย้อนกลับมาอีกในช่วงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้หรือไม่ ถ้าแก้ได้ก็แล้วไป ถ้าแก้ไม่ได้ก็ให้ช่วยคิดวิธีการแก้ วันนี้กรธ.อาจจะบอกว่าคิดแล้วถึงได้ออกมา 270 มาตรา แต่ครม.บอกว่ามาตราทั้งหมดนั้นยังมีคนทักท้วงอีก 6-7 ประเด็นคือส.ว.แต่งตั้ง บัตรเลือกตั้งใบเดียว การให้พรรคการเมืองเสนอชื่อนายกฯ 3 คน นายกฯ เป็นคนนอกได้หรือไม่
รวมถึงองค์กรอิสระและศาลมีอำนาจมาก รวมถึงมีการบัญญัติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากขึ้น เมื่อครม.รับทราบเลยถามกลับไปว่า ถ้าแก้ประเด็นเหล่านี้ได้ก็แก้ไป ถ้าหากแก้ไม่ได้เพราะ กรธ. บอกว่าหลักการสำคัญจะถูกเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด แต่ทำไมไม่คิดอย่างนี้ว่ามันคงไม่ควรสำคัญ ยืนหยัด แน่นหนา ถาวร ไปยาวนานตลอด แก้ไม่ได้ก็ไม่ควรจะแก้ไม่ได้เป็น 10-20 ปี ทำไมจึงไม่ทำว่าช่วงเวลาแรกซึ่งมีความหมายสองอย่าง คือกำหนดไว้ใน 1.บทเฉพาะกาล 2.อาจใส่ไว้ในกฎหมายลูก
"บางเรื่องที่กรธ.เห็นว่าถอยไม่ได้ก็ลองถอยสำหรับช่วงเวลาหนึ่งก่อน ว่าไม่ถอยในช่วงเวลาแรกได้หรือไม่ สั้นๆ กี่ปีก็สุดแล้วแต่ เช่นเรื่องส.ว.จำเป็นต้องมาจากการสรรหาในช่วงเวลาต้นเท่านั้น ต่อไปก็ปล่อยให้ไปเลือกตั้งกันเสีย หรือเลือกนายกฯ คนนอกถ้าคิดว่าจำเป็นกรธ.ก็อาจจะยอมให้เป็นคนนอกหรือคนในก็ได้ในช่วงเวลาแรก ต่อจากนั้นก็เข้าสู่ภาวะคือนายกฯ ต้องเป็นส.ส. ส่วนรัฐธรรมนูญที่ต้องการปกปักรักษาไม่ให้มีการแก้ไขหรือรื้อได้ง่ายๆ เพราะอุตส่าห์ทำกันมาเกือบตาย ก็อาจปกปักรักษาไว้ในช่วงแรก หลังจากนั้นก็ปล่อยให้แก้ได้โดยไม่ยากลำบากนัก เมื่อถึงจุดหนึ่งที่สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลง นี่คือความในใจที่ต้องการจะบอก ไม่มีอะไรนำไปสู่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.)" นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนที่หลายฝ่ายรวมถึงแม่น้ำ 5 สาย ยังไม่เข้าใจเนื้อหาส่วนนี้ก็ยินดีชี้แจง แต่กรธ. โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ได้แจ้งมาว่าอยากให้ตนไปชี้แจงก่อน ตนก็จะไปพูดชี้แจงแบบนี้ ยินดีและพร้อมจะเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ ตนต้องคุยกับนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะเรื่องนี้ผ่านการพิจารณากันมา ส่วนจะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจเจตนาในส่วนนี้ ก็อาจชี้แจงผ่านโทรทัศน์ก็ได้
"เคยมีเรื่องแบบนี้มาตลอด ถ้าให้ยกตัวอย่างก็สามารถยกรัฐธรรมนูญทั้ง 19 ฉบับได้เพราะมีบทเฉพาะกาลของมันอย่างนี้ หรือในกฎหมายลูก แล้วแต่ว่าจะเอาช่วงเวลานี้ไปผลักอยู่ในช่วงใด หรือจะอย่างไรก็ได้ เช่นเขียนรัฐธรรมนูญให้เต็มเอาไว้ แล้วยกเว้นการใช้ชั่วคราวก็ได้ หรือเขียนไว้ให้เต็มเป็นแบบหนึ่ง แต่สำหรับใช้ในช่วงชั่วคราว ชั่วแรกเป็นอีกแบบหนึ่ง เพราะแค่ยกเว้น เดี๋ยวมันจะมีปัญหาว่าจะใช้อะไร เราไม่ต้องการให้เกิดภาวะตามใจฉัน ต้องการให้เอารัฐธรรมนูญมาวางทั้งฉบับให้คนเห็น 1-2 ปีแรกจะทำยังไง ต่อจากนั้นจะทำยังไง จะอยู่จะปกครองกันอย่างไร วันนี้ถ้าเรายอมรับและคิดว่าขณะมีการเลือกตั้งหรือหลังจากการเลือกตั้งบ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย ใครจะแพ้ชนะเลือกตั้ง อีกฝ่ายไม่หือไม่อือ เหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติทุกอย่างก็ไม่มีอะไรพูดกัน ปล่อยให้เป็นไปตามที่กำหนดเอาไว้ แต่หากยังไม่แน่ใจ ยังห่วงเหตุการณ์แต่ใจก็คิดถึงว่าเอาให้มันสุดๆ เต็มที่ในทางประชาธิปไตย ฝ่ายหนึ่งก็เป็นห่วงว่าถ้าสะดุดหกล้ม ซึ่งทุกคนรู้อยู่แกใจว่ามีโอกาสเกิด แล้วถ้าเกิดเหตุการณ์ก่อน 22 พ.ค. 57 จะทำอย่างไร เพราะแก้ไขอะไรไม่ได้ มันสะดุดไปหมด" นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า วันนี้ตนให้รวบรวมความคิดเห็นของผู้ที่ออกมาให้ความเห็นด้วยเจตนาดี แต่เอาให้ถึงเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแล้วอาจรู้สึกเสียดายที่สุดท้ายไม่มีมาตรการอะไรเพียงพอเอาไว้รับมือ แม้สิ่งที่กรธ.เขียนก็สามารถแก้ไขปัญหาได้พอสมควรอยู่แล้ว แต่หากกรธ.ยืนยันว่าที่เขียนมาหมดจดงดงามก็ไม่ว่ากัน คุณรับผิดชอบเมื่อถึงเวลาอีก 1 ปีข้างหน้า แล้วมันเกิดเหตุการณ์ เราถึงพยายามเตือนว่าช่วยเอาเหตุการณ์ก่อน 22 พ.ค. 57 ซึ่งอาจเป็นเหตุการณ์ที่ย้อนกลับไปถึงปี 52 มาพิจารณา ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้มีผู้ที่รวบรวมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพียงแต่ไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก ทำไมผ่านมาถึงวันนี้เหตุการณ์เดิมๆ ยังจะเกิดขึ้นอีกหรือ ซึ่งมันก็อาจจะเกิด เพราะฉะนั้นมันก็ต้องเผื่อเอาไว้ว่าจะแก้ไขอย่างไร ความจริงทหารและรัฐบาลก็มีอำนาจที่จะแก้ เช่น ออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กฎอัยการศึก หรือพ.ร.ก.ฉุกเฉิน กฎหมายความมั่นคง และอื่นๆ ก็ต้องกลับมาถามในเมื่อมีมาตรการเหล่านี้ ซึ่งควรได้ใช้ในเวลาที่ผ่านมาแล้วทำไมไม่ประสบความสำเร็จ
เมื่อถามว่า ระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ตามที่นายกฯ บอกนั้น เพียงพอหรือไม่ในมุมของรัฐบาล นายวิษณุ กล่าวว่า เหลือแหล่ไป เพราะตนไม่ได้นึกถึงว่าต้อง 3-5 ปี และอย่าไปคิด ซึ่งตนย้ำแล้วย้ำอีก ที่กล้าย้ำ เพราะตนรู้ว่าไม่มีเรื่อง คปป. อยู่ในหัวสมองใครทั้งสิ้น เพียงแต่มีมาตรการบางอย่างในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่จะไปนานมากก็ไม่ใช่ ฉะนั้นเป็นช่วงเวลาหนึ่ง หากบ้านเมืองยังวิกฤตอยู่อีก 4-5 ปี ก็อย่าหวังว่าประเทศไทยจะเรียบร้อย ปัญหาพวกนี้ต้องจบลงได้ ความจริงควรจบได้ตั้งแต่ก่อน 22 พ.ค. 57 ด้วยซ้ำ
แต่ที่ทำไม่ได้ เพราะติดอะไรอยู่ข้อสองข้อ หนึ่งในนั้นคือ กฎเกณฑ์ของระบบประชาธิปไตย ถ้าจะใช้อะไรแรงไปก็จะสวนทางกับประชาธิปไตย อย่าง ม.44 นายกฯ บอกจะไม่ใช้แบบจอมพลถนอม หรือจอมพลสฤษดิ์ ไม่ใช้ยิงเป้าหรือประหารใคร หรือดึงคดีออกจากศาลแล้วจัดการเองเด็ดขาด ทั้งนี้หากคสช.พ้นไป ประกาศคำสั่งอะไรของคสช. คงไม่เหลืออะไรให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งรำคาญใจ และหวังว่าเมื่อมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งเข้ามา เขาจะแก้สิ่งที่เป็นจุดอ่อนของเวลานี้ได้ บวกกับจุดแข็งที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ เขาน่าจะประคับประคองเหตุการณ์ได้จนกระทั่งเหตุการณ์เรียบร้อย ที่ทำหรือระแวงอะไรไปก็จะเริ่มหายระแวง คนเราคงไปทะเลาะกันยาวนานไม่ได้ หากบรรยากาศเป็นใจให้พูดจาก็สมควรพูด แต่ขณะนี้บรรยากาศไม่เป็นใจให้พูดจา อารมณ์คนเปลี่ยนไปด้วยเวลา 3-4 ปีเชื่อว่าอารมณ์คนจะเปลี่ยนได้
เมื่อถามว่า ในระหว่างเปลี่ยนผ่าน 3-5 ปี ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อตรงนี้ มันต้องแลกกับคำครหาว่าประชาธิปไตยครึ่งใบ นายวิษณุ กล่าวว่า "คำเยาะเย้ยถากถางสุดแท้แต่จะเอามาพูดกัน นึกถึงสมัยนายอุทัย พิมพ์ใจชน ประชดประชัน รัฐธรรมนูญ ปี 2521 และปฏิเสธไม่ลงเลือกตั้ง นั่นเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ประเทศไทยได้สมญานามว่า รัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยครึ่งใบ แต่คุณสมัคร สุนทรเวช กลับออกมาบอกว่า ผมหิวน้ำ ผมจะลงเลือกตั้ง น้ำที่มีอยู่ครึ่งแก้วก็ดีกว่าไม่มีน้ำให้กินเลย ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนั้นใช้นานที่สุด คือ 14 ปี ผ่านเหตุการณ์อะไรมามากมาย แต่ไอ้ครึ่งใบอย่างนั้นมันอยู่มาได้ ก็เพราะมันโอนอ่อนผ่อนปรนอะไรบางอย่าง





