"อภิสิทธิ์"เผยไม่เห็นด้วย ข้อเสนอครม.ให้ใช้รัฐธรรมนูญ 2 ช่วง มีข้อยกเว้นเพื่อรักษาความสงบ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เสนอให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)บัญญัติให้มีการแบ่งช่วงเวลาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเวลาแรกจะเป็นการยกเว้นบางมาตราหรือบางเงื่อนไข เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และในช่วงที่สองเป็นการประกาศใช้ทุกบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญตามปกติว่า ตนรู้สึกว่าแม้แต่กรธ. เองได้รับความเห็นแล้ว ก็นึกไม่ออกว่าจะให้ทำอะไร และรู้สึกไม่สบายใจ เพราะสะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นใจของ ครม. ต่อสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ เพราะหลายฝ่ายต่างคาดหวังให้ คสช. ซึ่งก็รวมไปถึงองค์กรต่างๆ ที่มาจาก คสช. ได้จัดทำระบบสร้างสภาวะแวดล้อม เพื่อให้การเมืองไทยหลุดพ้นจากสภาพปัญหาเดิม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พอมาถึงวันนี้ กลายเป็นว่าครม. ก็ยังไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ทำมาทั้งหมด และที่กำลังร่างอยู่นี้แก้ปัญหาได้ เหมือนกับประวิงเวลา หรือยืดเวลาของบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งนอกจากสะท้อนความไม่มั่นใจแล้ว เสมือนกับว่าขณะนี้ยังไม่มีคำตอบ เพราะสิ่งนี้คือโจทย์สำหรับผู้ร่างรัฐธรรมนูญ สำหรับ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) , สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสำหรับคณะรัฐมนตรี ( ครม.) มาตั้งแต่ต้น
"ทุกวันนี้หลายคนที่บอกว่าขอปฏิรูปให้เสร็จก่อน กำลังพูดกับคนที่รอฟังมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี แล้วก็ยังงงอยู่ว่า ตกลงปฏิรูปอย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ที่ผมบอกว่าผมเป็นห่วง แต่กำลังจะบอกว่าผมไม่สบายใจนะ ถ้า ครม. คิดอย่างนี้ และคำถามผมก็คือว่า ถ้าแบ่งเป็น 2 ช่วง จากช่วงที่เพิ่มเข้ามากับช่วงต่อไป อะไรคือความแตกต่าง จบเวลาช่วงนั้นแล้วทำไมถึงตอนนั้นแล้วมั่นใจแล้วว่ามันจะไม่ยุ่งอีก เพราะมันจะมั่นใจได้มันต้องมีคำตอบไงว่า สิ่งที่จะทำให้มันไม่ยุ่งนั้นคืออะไร" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พูดมาตลอดว่า เหตุที่เกิดปี 2557 ไม่ได้เกิดจากการที่มีเลือกตั้ง หรือมีประชาธิปไตยมากไป เพราะเหตุที่เกิดปี 2557 สืบเนื่องมาจากเวลาเลือกตั้งแล้ว คนที่ชนะการเลือกตั้งไม่เป็นประชาธิปไตย และตนไม่เห็นด้วยกับการที่จะเอาอำนาจนั้นไปใช้ในการเพิ่มอำนาจตัวเอง ล้มล้างกฎหมาย รูปธรรมที่ชัดเจนสุดก็คือกฎหมายนิรโทษกรรม แล้วเมื่อมีการประท้วงชุมนุม ทักท้วง ก็มีการใช้รูปแบบนอกกฎหมาย เอาอำนาจรัฐจนกระทั่งมีการทั้งข่มขู่ อะไรต่างๆ นั่นคือปัญหา ซึ่งถ้าบอกว่ารัฐธรรมนูญ หรือสิ่งที่ คสช. ทำนี้ได้ไปแก้ปัญหาเหล่านั้น ก็คือว่ากำลังป้องกันไม่ให้คนที่มาจากการเลือกตั้ง สามารถที่จะไปใช้อำนาจอย่างนั้นได้อีก ก็บอกมาว่ามาตรการคืออะไร แต่ว่าวันนี้ ตนมีความรู้สึกว่าผู้เกี่ยวข้องพยายามไปตีโจทย์ว่า ปัญหาเกิดจากการเลือกตั้ง ก็เลยบอกว่าเพราะฉะนั้นเลือกตั้งไปแล้วก็ไม่แน่ใจว่าจะเกิดปัญหาอีกหรือเปล่า ตนคิดว่าเป็นการวิเคราะห์ปัญหาที่ผิด ทำไปทำมาวันนี้ พูดไปพูดมากลายเป็นคนที่สร้างปัญหาคือคนไปชุมนุม ซึ่งตนต้องยืนยันแทนคนที่ออกไปชุมนุมด้วยว่า ปัญหามันเกิดจากการใช้อำนาจในทางมิชอบ จึงนำมาสู่การชุมนุม
"เป็นการวิเคราะห์ปัญหาที่ไปโยนว่าเกิดจากการเลือกตั้ง โยนว่าเกิดจากระบอบประชาธิปไตย ผมต้องบอกก่อน ผมไม่ใช่คนเป็นกลางนะ ผมฟันธงมานานแล้วว่าปัญหาไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย ปัญหาคือระบอบทักษิณ แล้วทำไมวันนี้แทนที่จะไปดูว่าจะแก้ปัญหาที่เกิดจากระบอบทักษิณอย่างไร กลับมาบอกว่า ระบอบประชาธิปไตยเป็นปัญหา ระบอบทักษิณนั้นมันเกาะเกี่ยวระบอบประชาธิปไตย แล้วมาทำลายประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นวิธีแก้ คือ ต้องไปถอดระบอบทักษิณออกจากระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ถอดระบอบประชาธิปไตยออกไป ซึ่งการถอดระบอบทักษิณออกจากระบอบประชาธิปไตย คือการวางกลไกการตรวจสอบถ่วงดุล ให้เกิดความมั่นใจว่าผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่สามารถที่จะใช้อำนาจที่ได้จากการเลือกตั้งนั้นไปทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ขัดต่อหลักประชาธิปไตย เช่น แทรกแซง แทรกซึมสื่อ เอาตำรวจ เอากลไกความมั่นคงมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง แล้วก็ทุจริต คอร์รัปชั่น เอาอำนาจนั้นมาใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง ปัญหาอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ปัญหาที่บอกว่าถ้าเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช้คำว่าอะไรนะ ระดับหนึ่ง แล้วผมบอกว่าถ้าเกิดคนที่มาจากการเลือกตั้งระดับหนึ่ง กับไอ้ที่มาอีกระดับหนึ่ง มาสมคบกันทำเหมือนกับระบอบทักษิณ ปัญหามันก็ไม่ได้แก้ครับ มันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หน.ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คิดว่าอะไรที่ทางผู้มีอำนาจเห็นเป็นความจำเป็น ก็ขอให้ตรงไปตรงมา อย่าให้มีใครไปหยิบหรือจุดประเด็นขึ้นมาให้เกิดความหวาดระแวง ในเรื่องการสืบทอดอำนาจ ซึ่งตนเชื่อถือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพราะท่านย้ำว่า ไม่ได้ต้องการที่จะเข้ามาเพื่อตัวเอง แต่คนรอบๆ ข้าง ชอบทำให้อะไรให้มันไปเสื่อมเสียถึงพล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ทำงานยากขึ้น วันนี้สังคมให้ความเชื่อถือที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ เดินหน้าแก้ปัญหาต่างๆ อย่าไปทำอะไรให้มันลดทอนความเชื่อถือ ควรจะพยายามเพิ่มกำลังให้ พล.อ. ประยุทธ์ แก้ปัญหาให้มันเบ็ดเสร็จให้ได้ ก่อนที่จะกลับไปสู่การเลือกตั้งจะดีกว่า





