"จตุพร" ถูกทหารเชิญตัวไม่ได้เป็นเพราะพูดการเมือง แต่ไปหนนี้ พูดเรื่อง"สมเด็จช่วง" ถูกเสนอชื่อให้ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช
ทันทีที่ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดรายการที่ถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม พีซ ทีวี เสร็จเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 18 ก.พ. ก็มีนายทหารเข้าไปพบเพื่อพูดคุย และเชิญตัว"จตุพร" ไปคุยต่อที่ค่ายทหาร
การเชิญตัว"จตุพร" ไปครั้งนี้ นับเป็นครั้ง 5 เพียงแต่สาเหตุที่ทำให้ต้องเชิญตัว "จตุพร"ไปหนนี้ ไม่ได้เป็นเพราะ"จตุพร" พูดเรื่องการเมือง หรือไปพาดพิงถึงทหารอย่างเมื่อต้นเดือนก.พ. ที่ถูกเชิญตัวไปปรับทัศนคติ
นั่นเป็นเพราะ"จตุพร" ไปพูดถึงประเด็นร้อน คือการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 ซึ่งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ถูกเสนอชื่อให้ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช
แต่เรื่องราวทำท่าว่าจะยุ่งเหยิง เพราะมีการเคลื่อนไหวของพระที่พุทธมณฑล มีการเคลื่อนไหวของพระที่นำโดย หลวงปู่พุทธอิสระ และมีการเคลื่อนไหวของ ฆารวาส ที่มีหลากหลายฝาย
รวมทั้งมีการเคลทื่อนไหวของหน่วยงานรัฐอย่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่เข้าไปตรวจสอบรถเบนซ์โบราณ ที่มีชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง) เป็นผู้ครอบครอง
ในส่วนของ คสช.นั้น มองเห็นว่า จตุพร เป็นนักการเมือง เป็นแกนนำมวลชน การที่ จตุพร ไปพูดในเรื่องที่อ่อนไหวต่อมวลชน ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการดูแลความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
แต่หนนี้ ก็ไม่ใช่หนแรกของ จตุพร แล้วก็น่าเชื่อว่า น่าจะมีครั้งอื่นๆ อีก
มีข่าววงในว่า เรื่องนี้ คสช.เองก็ได้หารือเช่นกันว่า จะปล่อยให้ จตุพร พูดสิบครั้ง แล้วเชิญมาสิบครั้ง เป็นไปอย่างนี้หรือ หรือจะจัดการแก้ปัญหาด้วยการถอนประกัน!
สุดท้ายก็มีการเชิญตัว จตุพร พร้อมผู้ติดตาม 3-4 คน ถูกพามาที่กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ย่านดินแดง
"ดูเหมือนคุณจตุพร จะมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย เมื่อเห็นคณะนายทหารที่เข้ามาพูดคุย" แหล่งข่าวเล่าถึงนาทีแรกที่ จตุพร มาถึง
แต่เมื่อพูดคุยกันได้เพียงเล็กน้อย ก็มีการเปลี่ยนสถานที่ และมีการแจ้งกับ จตุพร ว่า ต้องไป กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) นั่นก็สร้างความตกใจให้กับจตุพร ถึงกับหลุดปากมาว่า "จะย้ายผมไปไหน"
เป็นที่รู้กันว่า ที่ มทบ.11 นั้น ถูกใช้เป็น "เรือนจำชั่วคราว" คุมขังนักโทษสำคัญในคดี ม.112 และนักโทษคดีระเบิดศาลเท้ามหาพรหม
แต่ที่ มทบ.11 นั่น มีทางเข้า 2 ประตู ประตูใหญ่จะตรงเข้าไปยังกองบัญชาการ ส่วนประตูข้างที่เรียกว่า ประตูอำนวยสงคราม ซึ่งทหารเลือกใช้ประตูนี้ ซึ่งมีป้ายติดไว้ชัดเจนว่า "เรือนจำชั่วคราว นครชัยศรี"
เมื่อมาถึงจุดที่เตรียมไว้ เจ้าหน้าที่ทหารได้แยก จตุพร ออกมาส่งให้แพทย์ตรวจเช็คร่างกาย และให้เข้าไปนั่งในห้องพูดคุยกันเพียงคนเดียว โดยที่นั่นมีนายทหาร 4-5 นายรออยู่แล้ว
คำถาม ที่ดูเหมือนจะเป็นการพูดคุยเสียมากกว่าประโยคหนึ่งที่เจ้าหน้ที่ทหารเชื่อว่า จตุพร “เข้าใจ” ก็คือ ถ้าอยากให้มีการตั้งสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ก็ไม่ควรเอาการเมืองไปเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะจะยิ่งทำให้เกิดปัญหายุ่งยากเข้าไปอีก
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทหารเชิญตัว จตุพร มาก็เพราะต้องการขอความร่วมมือและพูดคุยทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการให้ความเห็นต่อประเด็นต่างๆ ผ่านสื่อในช่วงนี้ เพราะการให้ความเห็นช่วงที่ผ่านมาในบางเรื่อง เป็นการไปขยายความเพิ่มระดับความขัดแย้งและชี้นำ ตลอดจนพาดพิงบุคคลและองค์กรอื่นๆ
พ.อ.วินธัย ยืนยันว่า เชิญมาและได้กลับบ้านเหมือนเคย
แต่เชื่อว่าลึกๆ ความรู้สึกของการ"มา" ครั้งนี้ สำหรับ จตุพร แล้วน่าจะ"ไม่เหมือนเคย"





