กรธ.ยอมแก้สิทธิ-ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามรธน.50 ชี้กรอบยื่นม.7 เฉพาะคนในเท่านั้น
นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) แถลงผลการพิจารณาทบทวนเนื้อหารายมาตราว่า ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แม้กรธ.จะเห็นด้วยในหลักการ และกำหนดในร่างรัฐธรรมนูญหลายส่วนแล้ว แต่เพื่อให้ ประชาชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการเกิดความสบายใจกรธ.จะนำเอา เนื้อหาตาม มาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 ที่ครอบคลุมสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มาใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญให้เหมือนฉบับที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันก็นำเอาเนื้อหาจากรัฐธรรมนูญ 2550 ในส่วนของการคุ้มครองสิทธิมาบัญญัติไว้ด้วย เพื่อให้เกิดการคุ้มครองสิทธิ สามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการต่อสู้คดีตามกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์ต่อไป ส่วนข้อเสนอของคณะรัฐมนตรีต่อร่างแรกรัฐธรรมนูญทั้ง 16 ข้อนั้น กรธ.ยังไม่ได้พิจารณา อำนาจจะพิจารณาปรับแก้ตามหรือไม่ขึ้นอยู่กับกรธ.ยืนยันว่าทุกความเห็นสำคัญเท่ากัน การพิจารณาขึ้นอยู่กับเหตุผลเป็นสำคัญ
นายอุดม กล่าวต่อว่า สำหรับการปรับย้ายข้อความตามมาตรา 7 ที่ใส่ไว้ในมาตรา 207 ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญ กลับมาอยู่ที่เดิมนั้น เนื่องจากมองว่า องค์กรอย่างคณะรัฐมนตรีส.ส. ส.ว.และองค์กรอิสระ ย่อมต้องมีอำนาจในการตีความข้อขัดแย้งภายในก่อน จึงส่งให้ศาลพิจารณา บุคคลหรือองค์กรอื่นไม่สามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความตามมาตรา 7 ได้ หากบุคคลหรือหน่วยงานอื่น ไม่เห็นด้วยกับการวินิจฉัยขององค์กรนั้น ก็ให้ใช้ช่องทางตรวจสอบ ฐานกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ
เช่น หากเห็นว่า เสียงข้างมากของรัฐสภาประพฤติมิชอบ ก็ยื่นคำร้องให้ตรวจสอบผ่านทางผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้น การกำหนดเช่นนี้ ไม่ใช่เป็นการเพิ่มอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ แต่เพื่อช่วยให้หน่วยงานเหล่านั้น เซฟตัวเอง หากไม่แน่ใจ ก็ส่งให้ศาลตีความก่อน จะได้ปฏิบัติหน้าที่ไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ





