"เกษตร ฯ"ไร้แผน 2 รองรับภัยแล้งปี 59 มั่นใจฝนตกปกติ หลังนักพยากรณ์คาดไทยก้าวผ่านภาวะเอลนินโญ่แน่ช่วงพ.ค.- มิ.ย. นี้
พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร กล่าวว่าขณะนี้ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักคือ ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำที่ใช้การได้รวมกันทั้งสิ้น 3,196 ล้าน ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) โดยมีการระบายวันละ 18 ล้าน ลบ.ม. แยกเป็น เพื่อใช้ประโยชน์ด้านอุปโภคบริโภค 14 ล้าน ลบม. รักษาระบบนิเวศ 3 ล้าน ลบ.ม. และการเกษตร 1 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งยังอยู่ในแผนบริการจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง ที่คาดว่าปริมาณน้ำดังกล่าวจะเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคจนถึงเดือน ส.ค. นี้ ซึ่งจะประจวบเหมาะกับฝนที่คาดว่าจะตกในช่วงนั้น และจะส่งผลให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้ตามปกติ โดยในวันที่ 1 พ.ค. จะมีปริมาณน้ำใช้การได้ 1,590 ล้าน ลบ.ม.
"ที่มั่นใจว่าฝนในปี 2558/59 นี้จะเริ่มเป็นปกติ เพราะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพยากรณ์สภาพอากาศทุกสำนักงานในโลก ต่างพยากรณ์ตรงกันว่าในปีนี้ไทยจะก้าวผ่านภาวะเอลนินโญ่ โดยญี่ปุ่นคาดว่าไทยจะพ้นจากภาวะนี้ในเดือน พ.ค. และ สหภาพยุโรปหรืออียู คาดว่าไทยจะพ้นจากภาวะเอลนินโญ่นี้ในเดือน มิ.ย. ดังนั้นอย่างช้าที่สุด ไทยจะพ้นจากภาวะดังกล่าวได้แน่ในเดือน ก.ค. 2559 นี้"พล.อ. ฉัตรชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการรองรับสถานการณ์ท่าอาจจะเกิดขึ้นทั้งแล้งและอุทกภัย กระทรวงเกษตรได้สั่งการให้กรมชลประทาน ตั้ง 3 สมมุติฐานที่มีความเป็นไปได้ เพื่อเป็นการเตือนภัยไว้ก่อน ประกอบด้วย 1. กรณีที่ไทยจะเข้าสู่ภาวะฝนตกปกติ 2. กรณีที่ฝนตกมากกว่าปกติ แต่คาดว่าจะไม่มากเท่ากับปี 2554 ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพ และ 3. กรณีที่ภาวะฝนเป็นตามที่คาดการณ์เอาไว้คือภาวะเอลนินโญ่ได้จบลง ทั้ง 3 สมมุติฐานนี้จะส่งผลกระทบกับภาคการเกษตร ต้องวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างไร โดยกรมชลประทานต้องประเมินทุกระยะ การประเมินผลในช่วง 30 วันสุดท้ายก่อนเข้าสู่ฤดูฝนปี 2559 คือเดือน พ.ค. คาดว่าจะแม่นยำมากที่สุด โดยระหว่างนั้นจะสามารถประกาศเตือนภัยเกษตรกรเพื่อตั้งรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
“ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ไม่มีแผน2 ที่จะรับมือกับภัยแล้งในปี 2558/59 เพราะไม่อยากคิดว่าสถานการณ์จะเลวร้ายจนถึงขนาดนั้น อยากให้มองในแง่ดี โดยพิจารณาจากผลวิเคราะห์ของนักพยากรณ์ทางอากาศเป็นหลัก แต่ถึงอย่างนั้น กระทรวงเกษตรฯก็ต้องหาแหล่งน้ำใหม่ โดยในฤดูฝนปีจะเริ่มผันน้ำจากแม่น้ำโขงเข้าเขื่อนอุบลรัตน์ ผ่านโครงการห้วยหลวง จ.อุบลราชธานี เนื่องจากทุกปีจะมีน้ำล้นเข้ามาฝั่งประเทศไทย และโครงการห้วยหลวงนี้จะเสร็จสมบูรณ์สามารถผันน้ำได้เต็มศักยภาพในปี 2560 “ พล.อ. ฉัตรชัย กล่าว
นอกจากนี้ในส่วนแม่น้ำสาละวิน ยังจะศึกษาว่าจะสามารถผันเข้าสู่เขื่อนภูมิพลได้อีกหรือไม่ จากปัจจุบันที่เขื่อนนี้มีความจุกว่า 1 หมื่นล้านลบ.ม. แต่ปัจจุบันเก็บน้ำได้เพียงหลัก 1,000 ล้าน ลบ.ม. เท่านั้น แต่ผลการศึกษาเดิมต้องใช้งบประมาณสูงมาก เพราะต้องเจาะอุโมงค์ผ่านภูเขา ดังนั้นจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ หากสามารถทำได้จะส่งผลให้ไทยมีความมั่นคงด้านน้ำมากยิ่งขึ้น
ในวันที่ 23 ก.พ. กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจะเสนอของบกลาง วงเงิน 2,900 ล้านบาทต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เพื่อพิจารณาและเห็นชอบ ตามมาตรการเสนอโครงการพัฒนาอาชีพตามความต้องการของชุมชน ระยะต่อไป จำนวน 3,000 กว่าโครงการ ซึ่งอยู่ใน 8 มาตรการแก้ปัญหาภัยแล้งของกระทรวงเกษตรฯ หลังจากที่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความต้องการของเกษตรกรในแต่ละชุมชนและให้เสนอโครงการเข้ามาเพื่อที่จะขอรับงบประมาณในการสนับสนุนโครงการ ซึ่งมีการเสนอของบมากกว่า 9,000 โครงการ
โดยก่อนหน้านี้ ครม.ได้มีการเห็นชอบงบใน 3,000 โครงการก่อนหน้าแล้ว ด้วยวงเงิน 1,614 ล้านบาท โดยปัจจุบันสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มดีขึ้นหลังหลายฝ่ายระดมการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยทำให้กระทรวงมหาดไทยประกาศพื้นที่ภัยแล้งขณะนี้ลดลงเหลือเพียง 11 จังหวัด จากเดิม 17 จังหวัด





