"อภิสิทธิ์"เห็นด้วยแนวคิด"ประยุทธ์"เชิญพระสงฆ์ทั้งสองฝ่ายดีเบตหาทางออกร่วมกัน แนะต้องมีกติกา ประเด็น รูปแบบชัดเจน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมเชิญพระสงฆ์ทั้งสองฝ่ายดีเบตหาทางออกร่วมกันว่า เมื่อ 2 ฝ่าย ได้แสดงความเห็นแม้จะไม่ตรงกัน และเกิดการถกเถียงกัน อย่างน้อยก็ดีกว่าการไปแสดงออกที่นำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งทำให้เกิดภาพที่ไม่เป็นผลดีอะไรกับใครทั้งสิ้น
"เรื่องการจัดให้มีการดีเบต ต้องมีกติกา มีการกำหนดประเด็น รูปแบบให้ชัดเจน ข้อยุติของความขัดแย้งที่ยังถกเถียงกันอยู่ในแต่ละเรื่อง มีเรื่องไหนบ้าง ผู้รับผิดชอบอย่างไรก็ต้องมีหน้าที่ในเบื้องต้นในการที่จะคลี่คลายสถานการณ์ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่มีหน้าที่ตระหนักถึงความสำคัญและความละเอียดอ่อนของเรื่องต่างๆ เหล่านี้ และต้องดำเนินการทุกอย่างไปตรงไปตรงมาตามเนื้อผ้าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด อย่าทำให้กลายเป็นปมความขัดแย้งขึ้นมาเป็นฝักเป็นฝ่ายแล้วลุกลามไปในหลายๆ มิติ"หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
เมื่อถามว่า มองเรื่องความขัดแย้งของวงการสงฆ์อย่างไร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า คงไม่มีใครสบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น กับภาพที่เกิดขึ้น แล้วก็อยากจะให้ทุกฝ่ายทำอย่างไรที่จะ ใช้คำว่ากอบกู้ศรัทธา หรือหลีกเลี่ยงการจะทำลายศรัทธาของคนที่จะมีต่อศาสนา เพราะภาพต่างๆ ที่ออกมานี้ไม่มีใครรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ ข้อโต้แย้งอะไรต่างๆ ในทางกฎหมาย คือในทางโลก แล้วก็ยังมีทั้งในเรื่องของข้อโต้แย้งที่เกี่ยวกับทางธรรม คือพระธรรมวินัย แล้วก็อาจจะเกี่ยวพันไปถึงอีกหลายๆ เรื่อง ก็อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ตระหนักถึงความสำคัญและความละเอียดอ่อนของเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ทุกอย่างก็ต้องดำเนินไปตรงไปตรงมาตามเนื้อผ้า ก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่การดำเนินการใดๆ ก็อย่างที่บอกคือต้องคำนึงถึงความละเอียดอ่อน แล้วก็อย่าทำให้กลายเป็นปมความขัดแย้งขึ้นมาเป็นฝักเป็นฝ่ายแล้วลุกลามไปในหลายๆ มิติเลย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แนวคิดที่นายกฯ กลับมาจะเชิญมาดีเบตนั้น ตนไม่แน่ใจว่าประเด็นที่จะตั้งให้ดีเบตคืออะไร แต่บางเรื่องขณะนี้ถ้าเป็นเรื่องของความเห็น แล้วท่านจะเปิดเวทีให้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน นั้นดีอยู่แล้ว ยังคิดอยู่เลยว่าไหนๆ จะเปิดเรื่องนี้ เปิดมันทุกเรื่องดีมั้ย และตนมองว่า แต่บางเรื่องที่มันเป็นเรื่องของกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นทางโลก ทางธรรม ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. หรือว่าจะเป็นอำนาจขององค์กรทางฝ่ายสงฆ์ ซึ่งจะต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงแล้วก็บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องคงไม่ใช่เรื่องดีเบต เท่ากับว่าผู้ที่มีหน้าที่ต้องสามารถอธิบายแจกแจงให้ได้ ว่าการตัดสินใจในแต่ละเรื่องมันอยู่บนพื้นฐานอะไรอย่างไร
เมื่อถามว่า บางฝ่ายมองว่าแนวคิดนิมนต์พระทั้ง 2 ฝ่ายมาดีเบตกัน จะเพิ่มความขัดแย้งในวงการสงฆ์หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ตนคิดว่าอย่างน้อยก็ดีกว่าการแสดงออกที่นำไปสู่ความรุนแรงและบางครั้งก็เกิดภาพที่ไม่น่าจะเป็นผลดีอะไรกับใครทั้งสิ้น รวมทั้งศาสนาในภาพรวมด้วย เพราะฉะนั้นต้องมีกติกา กำหนดประเด็น รูปแบบให้ชัดเจน





