วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อัยการส่งผู้สอบบัญชี ไต่สวนพยานโจทก์นัดสอง คดีจำนำข้าว

อัยการ ส่งผู้สอบบัญชี ศาลฎีกานักการเมือง ไต่สวนพยานโจทก์นัดสองคดี "อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์" จำนำข้าว ระบุปิดบัญชีข้าวปี 57 พบข้าวเสื่อมสภาพ-หาย

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่17ก.พ.59 นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนพร้อมองค์คณะรวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานโจทก์นัดที่ 2 คดีโครงการรับจำนำข้าว หมายเลขดำ อม.22/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใด ในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท  

ในช่วงเช้าพนักงานอัยการโจทก์ ได้นำ น.ส.แน่งน้อย เจริญทวีทรัพย์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ซึ่งเป็นนักวิชาชีพการตรวจสอบบัญชี เบิกความในประเด็นหลักการทางบัญชีนานกว่า2ชั่วโมงครึ่งสรุปว่า หลักการปิดบัญชีสามารถสรุปยอดได้เป็นช่วงๆ3เดือน 6เดือน หรือจะจัดทำบ่อยแค่ไหนก็ได้ แต่อย่างน้อยต้องทำภายใน12เดือน เพื่อให้เห็นสถานะทางการเงินของบริษัทหรือองค์กรนั้น ส่วนการปิดบัญชีภาพรวมของโครงการจำนำข้าวเปลือกในลักษณะบัญชีขาคู่ที่เป็นรายการสินทรัพย์ที่มี รายจ่าย และภาระหนี้สินตามหลักเกณฑ์ทางบัญชี ยังไม่เคยทำมาก่อน มีเพียงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการรวบรวมข้อมูลบัญชีของแต่ละหน่วยงานเอง เช่น ธกส., อคส. และ อตก. จึงทำให้ไม่ทราบยอดบัญชีที่แท้จริงทั้งหมดของโครงการ เช่น ธกส.อาจลงบัญชีเฉพาะเงินที่จ่ายให้ชาวนา แต่ไม่ได้ลงบัญชีเงินที่รัฐบาลรับผิดชอบดูแล ซึ่งเป็นช่องโหว่ในการใช้จ่ายเงินของโครงการไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่ทราบสถานะทางการเงินของโครงการ โดยในคณะอนุกรรมการปิดบัญชีมีอธิบดีกรมบัญชีกลางรวมอยู่ด้วย และไม่ได้คัดค้านการตรวจสอบบัญชี 

เมื่อทนายซักค้านถึงคำสั่งของคสช.ที่ตั้งกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว โดยให้รวบรวมข้อมูลตามความเป็นจริงนั้น หมายความว่า ต้องตรวจสอบข้าวทุกโกดังทุกกระสอบใช่หรือไม่ น.ส.แน่งน้อย กล่าวว่า ตนไม่ได้ตรวจสอบ แต่ใช้ชุดข้อมูลการตรวจสอบของหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ซึ่งได้ยืนยันว่าตรวจสอบไปทุกหน่วยงานแล้ว และพยานได้อ่านหลักเกณฑ์ขั้นตอนการตรวจนับ ผู้ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบ และรายงานสรุปผล ขณะที่การบันทึกบัญชีของอนุกรรมการปิดบัญชีก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางบัญชี ภายใต้พ.ร.บ.ทางการบัญชี พ.ศ.2543ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล และเนื้อหาของพ.ร.บ.ดังกล่าว ก็มีหลักการเดียวกับมาตรฐานการตรวจสอบบัญชีของทางภาครัฐบาล

โดยเริ่มจากต้นทุนการซื้อและมูลค่าคงเหลือ ซึ่งการปิดบัญชี30ก.ย.57ได้พบมูลค่าของข้าวที่เสื่อมสภาพจากสี ดีเอ็นเอ และกลิ่นของข้าวจากตัวอย่างกว่า1,100ตัวอย่าง คิดเป็นค่าเสื่อมสภาพเพิ่มขึ้นจากรอบการปิดบัญชีเมื่อวันที่22พ.ค.57มูลค่ากว่า3.4หมื่นล้านบาท และยังพบมีข้อมูลข้าวหาย ส่วนการปิดบัญชีแล้วไม่ได้นำข้อมูลจากกรมบัญชีกลางและผลการชี้วัดของสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ อาทิ รายได้เกษตรกรที่สูงขึ้น และตัวเลขจีดีพีที่สูงขึ้นมาสรุปรวมด้วยนั้น เพราะการตรวจสอบบัญชีต้องใช้ตัวเลขที่เชื่อถือและจับต้องได้ ซึ่งตัวเลขจีดีพีเป็นเพียงตัวชี้วัดที่จับต้องไม่ได้ และไม่เข้าหลักการด้านบัญชีหากไม่ทำบันทึกตามหลักเกณฑ์ก็จะเป็นการทุจริตทางตัวเลขได้ 

น.ส.แน่งน้อย ยังตอบคำถามซักค้านทนายอีกว่า ในความเห็นของนักวิชาการด้านบัญชี ผู้รับผิดชอบโครงการต้องเป็นผู้สั่งการให้มีการตรวจสอบบัญชี รวบรวมข้อมูลด้านบัญชีของโครงการ ซึ่งไม่ใช่เพียงเรื่องการเสียภาษีอย่างเดียว แต่เป็นการแสดงสถานะทางการเงิน และการอ้างว่าโครงการยังไม่จบจึงไม่สามารถปิดบัญชีได้นั้น ไม่ถูกต้อง ส่วนที่หลังรัฐประหารแล้วเข้าใจว่ารัฐบาลชุดต่อไปต้องเข้ามารับผิดชอบข้าวที่เหลืออยู่ในสต๊อก แต่พยานไม่ทราบเรื่องการระบายข้าวของรัฐบาลเลยจะใช้วิธีระบายข้าวแบบไหน

เมื่อทนายซักถามว่า รายงานผลขาดทุนจากข้าวนาปีที่เสื่อมสภาพเปรียบเทียบรอบปี2555-2556และรอบปี2557มีผลขาดทุนลดลง แสดงว่าข้าวในรัฐบาลของจำเลยมีคุณภาพสูงขึ้น เพราะขาดทุนลดลง น.ส.แน่งน้อย กล่าวว่า หลักการบัญชีให้แสดงราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับว่าราคาใดต่ำกว่า การปิดบัญชีเมื่อวันที่22พ.ค.57และวันที่30ก.ย.57มีระดับราคาสุทธิที่ต่างกันและมีค่าใช้จ่ายรวมด้านอื่น ดังนั้น ตัวเลขขาดทุนที่ลดลงไม่ใช่เพราะข้าวคุณภาพสูงขึ้น แต่เป็นเพราะหลักบัญชีที่นำมาใช้และระดับราคาสุทธิที่ต่างกัน 

ภายหลังศาลไต่สวนพยานปากนี้เสร็จสิ้น ได้ไต่สวนพยานปาก น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช. อดีตประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว ต่อในช่วงบ่าย โดยวันนี้ศาลไต่สวนพยานได้เพียง2ปาก ส่วนพยานที่อัยการเตรียมไว้อีก2ปากให้ได้เลื่อนไปไต่สวนในครั้งอื่น 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศในบริเวณศาลฎีกาฯ เจ้าหน้าที่ได้นำรั้วเหล็กมากั้นเป็นทางเดิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคู่ความ เนื่องจากมีประชาชนมารอให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์จำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบดูแลรักษาความปลอดภัย ขณะที่มีกลุ่มนักการเมือง อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรมว.คลัง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมสมาชิกพรรคเพื่อไทย และกลุ่มแกนนำนปช. มาให้กำลังใจด้วยเช่นกัน